TPS กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 65% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้เทคโนโลยีชะลอ
รายได้รวมวูบ 3.8% ต้นทุนพุ่ง 16.8% ฉุดกำไรสุทธิทรุดหนัก ฝ่ายบริหารชี้ต้นทุนดำเนินงานสูง-รับรู้รายได้โครงการล่าช้า
บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TPS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 399.68 ล้านบาท ลดลง 3.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายและบริการพุ่งสูงขึ้น 16.82% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 36.17% อยู่ที่ 24.06 ล้านบาท โดยฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และการรับรู้รายได้ของบางโครงการที่ล่าช้ากว่ากำหนด
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TPS ในไตรมาส 2 ปี 2569 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ และการชะลอตัวของรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศบางส่วน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 397.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.05% โดยมีแรงหนุนจากรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น 22.45% และรายได้จากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขายที่เพิ่มขึ้น 4.07% อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ กลับลดลงถึง 47.43% แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 16.82% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 27.55% มาอยู่ที่ 79.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 20.04% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 21.66% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.68% ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 53.04% มาอยู่ที่ 22.80 ล้านบาท และเมื่อรวมผลกระทบจากรายการอื่นๆ เช่น ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 141.38% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง 9.61% ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 36.17% มาอยู่ที่ 24.06 ล้านบาท
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการลดลงของรายได้จากธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ เป็นผลจาก "จังหวะการรับรู้รายได้" และ "งานส่วนหนึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อทยอยรับรู้ในงวดถัดไป" ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีลักษณะเป็น ครั้งคราว หรือขึ้นอยู่กับจังหวะการส่งมอบงาน อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยฝ่ายจัดการระบุว่า "ต้นทุนการดำเนินงานของงานที่รับรู้รายได้ในงวดนี้ปรับตัวสูงขึ้น" ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหากรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศยังคงเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 36.17% อยู่ที่ 24.06 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับ 37.70 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมเติบโต 4.05% อยู่ที่ 397.29 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ ลดลง 47.43%
- ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 16.82% สูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 20.04% จาก 28.79% ในปีก่อน
- ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 21.66% และ ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.68% สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
- กำไรจากการดำเนินงานลดลง 53.04% อยู่ที่ 22.80 ล้านบาท
- มูลค่างานในมือ (Backlog) ณ สิ้น 6 เดือนแรก ปี 2569 อยู่ที่ 1,784 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 397.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 22.45% และรายได้จากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย 4.07% อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ ลดลง 47.43% แต่การเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.82% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 27.55% มาอยู่ที่ 79.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 20.04% ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 21.66% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 3.68% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 53.04% มาอยู่ที่ 22.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 36.17% มาอยู่ที่ 24.06 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 658.95 ล้านบาท ลดลง 11.00% โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศลดลง 11.51% และการปรับปรุงการรับรู้รายได้ของธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ ทั้งนี้ ต้นทุนขายและบริการลดลง 4.90% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.59% ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 26.30% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 19.45% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 36.62% มาอยู่ที่ 45.87 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 31.98% มาอยู่ที่ 40.67 ล้านบาท
โอกาส
- การปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ: ฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการหลังการขาย สะท้อนถึงทิศทางการปรับโครงสร้างรายได้สู่ธุรกิจที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
- มูลค่างานในมือ (Backlog): ณ สิ้น 6 เดือนแรก ปี 2569 บริษัทฯ มีมูลค่างานในมือคงเหลือรวมทั้งสิ้น 1,784 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วนปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ความเสี่ยง
- ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
- การรับรู้รายได้ล่าช้า: การที่บางโครงการใช้ระยะเวลานานขึ้นในการส่งมอบงานและการรับรู้รายได้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
- การพึ่งพิงรายได้จากลูกค้าภาครัฐ: แม้รายได้จากบริษัทเอกชนจะเติบโต แต่รายได้จากหน่วยงานของรัฐในงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-31.27%) ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงหากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐชะลอตัว
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มต้นทุนขายและบริการ: การบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
- การรับรู้รายได้จากโครงการ: ความคืบหน้าในการส่งมอบงานและรับรู้รายได้ของโครงการที่ล่าช้า
- การเติบโตของรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ: ศักยภาพในการขยายตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้จากลูกค้าเอกชนและภาครัฐ: แนวโน้มการกระจายตัวของฐานลูกค้า
- การบริหารจัดการกระแสเงินสด: การใช้เงินทุนสำหรับการดำเนินงานและการจัดซื้อที่เกี่ยวข้องกับงานโครงการขนาดใหญ่
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศของ TPS ในไตรมาส 2 ปี 2569 มีสัญญาณบวกจากการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เพิ่มขึ้น 22.45% และรายได้จากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขายที่เพิ่มขึ้น 4.07% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ฝ่ายบริหารต้องการปรับโครงสร้างรายได้ไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ นอกจากนี้ การที่รายได้จากธุรกิจวิศวกรรมโยธาฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-47.43%) ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ที่กำลังมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจเทคโนโลยีมากขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,562.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.38% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง เนื่องจากมีการใช้เงินทุนสำหรับการดำเนินงานและการจัดซื้อที่เกี่ยวข้องกับงานโครงการขนาดใหญ่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 856.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.65% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น เจ้าหนี้การค้า และหนี้สินที่เกิดจากสัญญา ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.75% มาอยู่ที่ 705.38 ล้านบาท เนื่องจากกำไรสุทธิในงวดลดลง ประกอบกับการจ่ายเงินปันผล
สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ของ TPS สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้เล็กน้อยจากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการในอัตราที่เร็วกว่ารายได้ เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี และมีมูลค่างานในมือที่แข็งแกร่ง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการรับรู้รายได้ของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในระยะต่อไป