เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BSM Q2/2569: รายได้หดตัว 9.57% แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว
ข่าวสาร

BSM Q2/2569: รายได้หดตัว 9.57% แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว

BSM P/E -100.00 YIELD 0.00
1 อาทิตย์ 20:40 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่การบริหารต้นทุนยังแข็งแกร่ง รักษา GPM ได้

บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 92.82 ล้านบาท ลดลง 9.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะปรับตัวลง แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไว้ได้ที่ 36.02% เพิ่มขึ้นจาก 33.21% ในปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ BSM ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การลดลงของรายได้รวม 9.57% ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 6.69 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 6.42 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การรักษาและเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 33.21% เป็น 36.02% ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

รายได้ที่ลดลง มีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยรายได้ลดลง 10.74% เนื่องจากมีการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ อันเป็นผลมาจากภาวะราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการแสนสรา มีรายได้ลดลง 28.45% เนื่องจากไม่มีรายได้จากการขายยูนิตที่อยู่อาศัย

ในขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง ในแง่ของการบริหารต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกระแสเงินสด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มรายได้ยังคงต้องจับตา เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การชะลอตัวของโครงการก่อสร้าง และกำลังซื้อที่ลดลง ยังคงเป็นความท้าทาย

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมลดลง 9.57% อยู่ที่ 92.82 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น เป็น 36.02% จาก 33.21% ในปีก่อน
  • ขาดทุนสุทธิ 6.69 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 6.42 ล้านบาท
  • ธุรกิจวัสดุก่อสร้างรายได้ลดลง 10.74% จากการชะลอโครงการก่อสร้าง
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โครงการแสนสรา รายได้ลดลง 28.45% จากการไม่มีรายได้จากการขายยูนิต
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 13.42% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 92.82 ล้านบาท ลดลง 9.83 ล้านบาท หรือ 9.57% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 มีกำไรขั้นต้น 33.09 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 36.02% เพิ่มขึ้นจาก 33.21% ในปีก่อน ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 58.78 ล้านบาท คิดเป็น 63.98% ของรายได้จากการขายและบริการ ลดลง 2.81% เมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 34.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 31.76 ล้านบาทของปีก่อน โดยมีรายการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายรอคืนจำนวน 2.25 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 13.42% อยู่ที่ 5.85 ล้านบาท บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่) เท่ากับ 6.69 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ปี 2568 ที่ขาดทุน 6.42 ล้านบาท

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 192.48 ล้านบาท ลดลง 10.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีกำไรขั้นต้น 64.76 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 65.19 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 65.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 64.01 ล้านบาทของปีก่อน ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 13.63 ล้านบาท ลดลง 1.00 ล้านบาท บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13.19 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 16.56 ล้านบาทของช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน

โอกาส

  • การมุ่งเน้นธุรกิจวัสดุก่อสร้าง: บริษัทจะมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโครงการเชิงพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับที่เหมาะสม
  • การบริหารสต็อกและกระแสเงินสด: ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทจะเน้นการบริหารสต็อกอย่างรอบคอบและการบริหารกระแสเงินสดอย่างมีวินัย เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงิน
  • การปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด: บริษัทจะเดินหน้าปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด ควบคู่กับการมีวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการบริหารความเสี่ยง

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการชะลอโครงการก่อสร้าง
  • ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น: เป็นปัจจัยกดดันการตัดสินใจลงทุนในโครงการก่อสร้าง
  • ภาวะตลาดคอนโดมิเนียมซบเซา: กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • การบริหารจัดการสต็อกและกระแสเงินสด: ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงการก่อสร้างเชิงพาณิชย์
  • ความสามารถในการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโครงการเชิงพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐาน
  • ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง
  • การบริหารจัดการสต็อกและกระแสเงินสดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและนโยบายสินเชื่อต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง: รายได้รวม 80.15 ล้านบาท ลดลง 10.74% สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ทั้งภาครัฐและเอกชน เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:

  • โครงการแสนสรา (หัวหิน): รายได้รวม 4.39 ล้านบาท ลดลง 28.45% เนื่องจากไม่มีรายได้จากการขายยูนิตที่อยู่อาศัย
  • โครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา (ทีค ดีเวลลอปเมนท์): รายได้รวม 7.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.51% แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากตลาดคอนโดมิเนียมที่ซบเซา กำลังซื้อลดลง ความเข้มงวดของสถาบันการเงิน และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ต้นทุนขายและการให้บริการลดลง 2.81% จากการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.08% โดยมีรายการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายรอคืนจำนวน 2.25 ล้านบาท

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ต้นทุนทางการเงินลดลง 13.42% อยู่ที่ 5.85 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 และ 13.63 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 เนื่องจากบริษัทได้ทยอยชำระคืนเงินกู้และมีการบริหารสภาพคล่องที่ดี เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E, เงินสดในมือ หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงินอย่างละเอียด

สรุปท้าย

BSM ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญกับความท้าทายจากรายได้รวมที่ลดลง 9.57% โดยเฉพาะในธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของโครงการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้เป็นอย่างดีจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญ แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ก็ใกล้เคียงกับปีก่อน และมีแนวโน้มลดลงในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงิน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และลดภาระหนี้สิน โดยจะเน้นธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็นหลัก พร้อมบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างรอบคอบ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น