TRUBB พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/69 ลดลง 16.30 ล้านบาท รับแรงหนุนราคายางพุ่ง
ผลประกอบการ Q2/69 ดีขึ้นจากปีก่อน แม้รายได้รวมลดลง แต่บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TRUBB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนสุทธิเป็นกำไรสุทธิ 16.30 ล้านบาท (ส่วนขาดทุนของบริษัทใหญ่) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง แต่การบริหารต้นทุนที่เหมาะสมและการปรับตัวขึ้นของราคายางธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการให้ดีขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — ราคายางธรรมชาติพุ่ง ดัน GPM ดีขึ้น ชดเชยรายได้รวมที่ลดลง
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TRUBB ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร (ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ) คือ การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคายางธรรมชาติและน้ำยางข้นในตลาดโลก ซึ่งส่งผลดีต่อระดับราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 14.64% YoY ก็ตาม
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เอกสารระบุว่า ราคาเฉลี่ยน้ำยางพาราสดในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 57.70 บาท/กก. ในปีก่อน เป็น 81.98 บาท/กก. หรือเพิ่มขึ้น 42.08% YoY ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางราคายางในตลาดล่วงหน้าโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวในระดับสูงยังส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงหนุนทางอ้อมให้ราคายางธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกต่อระดับราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ แม้ว่าปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูปจะลดลงเนื่องจากอุปสงค์จากตลาดจีนยังมีความผันผวน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้สอดคล้องกับระดับรายได้ที่ลดลง ทำให้ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจได้ในระดับที่เหมาะสม
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากทิศทางราคายางในตลาดล่วงหน้าโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานที่ตึงตัว และราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงหนุนทางอ้อมต่อราคายางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอุปสงค์จากตลาดจีนและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคตได้
Highlight สำคัญ
- พลิกขาดทุนเป็นกำไร: TRUBB มีผลขาดทุนสุทธิหลังภาษี 16.30 ล้านบาท (ส่วนขาดทุนของบริษัทใหญ่) ใน Q2/69 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- รายได้รวมลดลง แต่ GPM ดีขึ้น: รายได้จากการขายและบริการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 2,908.95 ล้านบาท ลดลง 14.64% YoY แต่ต้นทุนการขายและบริการลดลง 16.04% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.46% YoY
- ราคายางธรรมชาติพุ่งแรง: ราคาเฉลี่ยน้ำยางพาราสด Q2/69 เพิ่มขึ้น 42.08% YoY จาก 57.70 บาท/กก. เป็น 81.98 บาท/กก. หนุนราคาขายและ GPM
- ธุรกิจน้ำยางข้นเผชิญอุปสงค์ผันผวน: ปริมาณการขายกลุ่มน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูปลดลงในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 เนื่องจากอุปสงค์จากตลาดจีนยังผันผวน
- ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางขาดทุนลดลง: ผลขาดทุนก่อนภาษีกลุ่มผลิตภัณฑ์จากยางลดลงเหลือ 47 ล้านบาท จาก 117 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากราคาและอุปสงค์ปลายน้ำฟื้นตัว
- ธุรกิจสวนเกษตรขาดทุนเพิ่ม: ขาดทุนก่อนภาษีกลุ่มสวนเกษตรเพิ่มขึ้นเป็น 28 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาทในปีก่อน จากผลกระทบสภาพอากาศ ปริมาณผลผลิต และต้นทุนปุ๋ย
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 2,908.95 ล้านบาท ลดลง 14.64% YoY ขณะที่ต้นทุนการขายและบริการลดลง 16.04% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.46% YoY ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 59.91 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 ที่ขาดทุน 119.43 ล้านบาท ผลขาดทุนที่ลดลงเป็นผลจากราคาน้ำยางข้นและยางธรรมชาติในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ส่งผลเชิงบวกต่อระดับราคาขาย รายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 7.42% เทียบกับ 6.17% ในงวด 12 เดือนปี 2568 และ 6.69% ในงวด 3 เดือนปี 2569 อัตรากำไรจากการดำเนินงานก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จาก 0.06% เป็น 1.20% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิยังคงติดลบ โดยอยู่ที่ -2.02% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 เทียบกับ -3.39% ในงวด 12 เดือนปี 2568
โอกาส
- ราคายางธรรมชาติมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น: ปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานที่ตึงตัวและราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวในระดับสูง เป็นแรงหนุนต่อราคายางธรรมชาติ
- การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ: บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม: มุ่งขยายฐานลูกค้าและแสวงหาตลาดใหม่ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
- การยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและตรวจสอบย้อนกลับ: เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ
- การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (LCA): เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด โดยการขอรับรอง Carbon Footprint Product (CFP) และ ISO 14067
ความเสี่ยง
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและจีน: เศรษฐกิจจีนชะลอตัวส่งผลต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติในอุตสาหกรรมปลายน้ำ
- นโยบายการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐฯ: เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการค้าโลกและทิศทางอุปสงค์ในตลาดยางพารา
- ความผันผวนของปริมาณผลผลิตสวนเกษตร: ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อต้นทุนปุ๋ยและสารเคมี
- การแข่งขันในตลาด: ธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและอุปสงค์จากบางตลาดที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
- ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม: แม้จะดำเนินการได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แต่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาเพื่อยกระดับศักยภาพให้ได้ผลคะแนนเทียบเท่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางราคายางธรรมชาติ: การเปลี่ยนแปลงของอุปทานและอุปสงค์ในตลาดโลก
- การฟื้นตัวของอุปสงค์จากตลาดจีน: ผลกระทบต่อปริมาณการขายกลุ่มน้ำยางข้น
- ความคืบหน้าการปฏิบัติตามมาตรฐาน EUDR: การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของน้ำยาง
- แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: การขอรับรอง ISO14064 และการเข้าร่วม SBTi
- ผลกระทบจากนโยบายการค้าโลก: ต่อการส่งออกและอุปสงค์ในตลาดยางพารา
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย: ท่ามกลางความผันผวนของราคา
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป: มีผลกำไรก่อนภาษี 25 ล้านบาท ลดลงจาก 30 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากอุปสงค์ตลาดจีนที่ผันผวน แต่สามารถบริหารต้นทุนขายได้ดี
- กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง: มีผลขาดทุนก่อนภาษี 47 ล้านบาท ลดลงจาก 117 ล้านบาทในปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากราคาและอุปสงค์ปลายน้ำที่ฟื้นตัว แต่ยังคงเผชิญการแข่งขันและอุปสงค์บางตลาดที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่
- กลุ่มธุรกิจสวนเกษตร: มีผลขาดทุนก่อนภาษี 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทในปีก่อน จากผลกระทบสภาพอากาศ ปริมาณผลผลิต และต้นทุนปุ๋ย/สารเคมีที่สูงขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด)
สรุปท้าย
TRUBB ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร (ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ) โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคายางธรรมชาติ ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น แม้รายได้รวมจะลดลงก็ตาม แม้ว่าภาพรวมจะดีขึ้น แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของอุปสงค์จากตลาดจีน และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระยะยาว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน