เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
WINNER: WINNER Group Enterprise โชว์กำไรสุทธิ Q2/2569 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ RISE มุ่งขยายตลาดและนวัตกรรม
ข่าวสาร

WINNER: WINNER Group Enterprise โชว์กำไรสุทธิ Q2/2569 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ RISE มุ่งขยายตลาดและนวัตกรรม

WINNER P/E 9.42 YIELD 8.11
3 อาทิตย์ 02:52 น. 0 ความเห็น

WINNER: WINNER Group Enterprise โชว์กำไรสุทธิ Q2/2569 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ RISE มุ่งขยายตลาดและนวัตกรรม

1. Highlights

  • บริษัทได้ดำเนินการชำระบัญชีของ AT-ZE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 [สไลด์] การดำเนินการนี้เป็นผลจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ในธุรกิจที่ไม่ถนัด และจะเป็นบทเรียนสำคัญในการประเมินโอกาส M&A ในอนาคต [พูด]
  • Innovation Center ได้รับการอัปเกรดและขยายขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับธุรกิจ Beauty & Healthcare เพิ่มเติมจากธุรกิจเดิม รวมถึง Food Supplement, Personal Care, Makeup และ Herbal [สไลด์] การขยายนี้จะช่วยสนับสนุนการขายได้อย่างเต็มที่และสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ [พูด]
  • บริษัทได้เปิดตัวเว็บไซต์องค์กรที่ออกแบบใหม่และวิดีโอองค์กรใหม่ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและน่าสนใจยิ่งขึ้นแก่พันธมิตรและลูกค้าเกี่ยวกับธุรกิจ ความสามารถ และ 3 เสาหลักของธุรกิจ [สไลด์] การเสริมสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดลูกค้าใหม่ [พูด]
  • มีการก่อสร้างคลังสินค้าใหม่ที่ฉะเชิงเทรา พื้นที่ 3,500 ตร.ม. เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์และรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต [สไลด์] ความคืบหน้าโดยรวมอยู่ที่ 15% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้า [พูด]
  • ธุรกิจ Beauty & Healthcare มีแรงผลักดันที่แข็งแกร่งบน TikTok โดยมียอดขายรวม (GMV) 8.5 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดของบริษัท [สไลด์] การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของช่องทางออนไลน์และกลยุทธ์การตลาดที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ [พูด]
  • บริษัทได้รับการตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) [สไลด์] การดำเนินการนี้เป็นการวางรากฐานสำหรับการจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบและแสดงถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กร [พูด]

2. Hero Story

Hero Story ที่ผู้บริหารเน้นคือ การขยาย Innovation Center เพื่อรองรับธุรกิจ Beauty & Healthcare และการเติบโตของยอดขายบน TikTok [พูด] [สไลด์] การขยาย Innovation Center เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยมีการอัปเกรดและขยายขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่ม Beauty & Healthcare รวมถึง Food Supplement, Personal Care, Makeup และ Herbal [สไลด์] ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท [พูด] ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจ Beauty & Healthcare บนแพลตฟอร์ม TikTok ที่มียอดขายรวม (GMV) สูงถึง 8.5 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 2569 [สไลด์] ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดของบริษัทในช่องทางนี้ [พูด] ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ [พูด]

3. Outlook

  • เป้าหมายยอดขายรวม (Sales Revenue): บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายรวม 3,000 ล้านบาทในปี 2568 (จาก 2,580 ล้านบาทในปี 2566) [สไลด์] โดยยังคงเชื่อมั่นในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะกลางนี้และมีแผนงานรองรับการขยายตัว [พูด]
  • สัดส่วนยอดขาย: คาดการณ์สัดส่วนยอดขายเป็น Food 92%, Diversified 6%, และ Beauty & Healthcare (BH) 2% [สไลด์]
  • กลยุทธ์ RISE:
* REACH (การขยายตลาดและการเติบโตของลูกค้า): มุ่งขยายตลาด เพิ่มช่องทางการขาย และเสริมสร้างแบรนด์ [สไลด์] โดยจะเข้าร่วมงาน THAIFEX anuga ASIA เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ [สไลด์] รวมถึงการทำ Roadshows, Demos & Workshops เน้นผลิตภัณฑ์แบรนด์องค์กร [สไลด์] ในธุรกิจ Beauty & Healthcare จะสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจ OEM และพัฒนาแบรนด์ของตนเองเพื่อจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซและร้านสะดวกซื้อ [สไลด์]
* INNOVATION (สร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่): สร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) โดยการจัดหาวัตถุดิบใหม่ พัฒนาสูตรเฉพาะ และสร้างแบรนด์ของบริษัทเอง [สไลด์]
* STREAMLINE (ยกระดับประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติ): ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพิ่มความแม่นยำ และความรวดเร็วผ่านระบบอัตโนมัติและมาตรฐาน [สไลด์] โดยจะใช้ระบบ Warehouse Management System (WMS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้า [สไลด์]
* EXCELLENCE (มาตรฐานและวัฒนธรรมองค์กร): ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง [สไลด์] มีแผนด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) เช่น การทบทวนและปรับปรุงนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน (คาดแล้วเสร็จ Q3/2569) และเตรียมประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วม CAC (คาดแล้วเสร็จ Q4/2569) [สไลด์] รวมถึงการทบทวนและปรับปรุงนโยบายการใช้ข้อมูลภายใน (คาดแล้วเสร็จ Q4/2569) [สไลด์]
  • รายได้และอัตรากำไรครึ่งปีหลัง: บริษัทมีความเชื่อมั่นว่ารายได้ครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก โดยดูจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าและสัญญาซื้อขายระยะยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอานิสงส์จาก High Season ในไตรมาส 4 [พูด] และยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรไม่ต่ำกว่าช่วงครึ่งปีแรกได้ [พูด]

4. ความเสี่ยง

  • ธุรกิจ Food: ความเสี่ยงจากราคาโภคภัณฑ์เกษตรลดลง และความต้องการจากลูกค้าผู้ผลิต Snack & Confectionery และ Beverage & Dairy ลดลง [สไลด์] รวมถึงพฤติกรรมการซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้นในช่วงต้นปี [สไลด์]
  • ธุรกิจ Diversified: แรงกดดันด้านราคาในตลาดโภคภัณฑ์ที่ใช้ปาล์มเป็นหลักเนื่องจากการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง [สไลด์]
  • ธุรกิจ Innovation: การเลื่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NPD บางรายการ และโครงการ Co-creation บางโครงการถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากสภาวะตลาดที่อ่อนตัว [สไลด์]
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (FX Shock): ความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว [สไลด์] อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยการ Fix ราคาเป็นเงินบาททั้งหมดสำหรับสินค้าที่นำเข้า [พูด] ทำให้ต้นทุนกลับมาเป็นเงินบาทและปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้ทั้งหมด [พูด]

5. Q&A Highlights

  • คำถาม (29:26): ผลการดำเนินงานปัจจุบันเติบโตได้ดีครับ แต่จากกรณีศึกษาของ AT-ZE อยากทราบว่าผู้บริหารมีเกณฑ์การประเมินอย่างไร เพื่อเพิ่มความรัดกุมในการทำ M&A ในครั้งถัดไปครับ
* คำตอบ: (คุณเจน วงศ์อิสริยะกุล) กรณี AT-ZE เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับธุรกิจที่เราไม่ถนัดนัก ในอนาคตเราจะยังคงมองหาโอกาส M&A เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทและเพิ่มผลประกอบการให้มากขึ้น เราได้เรียนรู้จากการประเมินในอดีตและจะนำมาปรับใช้ในการทำ M&A ในอนาคต เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ [พูด]
  • คำถาม (31:05): บริษัทบริหารจัดการค่าเงินได้หรือไม่อย่างไร เพื่อลดผลกระทบในกรณีที่อาจเกิด FX Shock ที่ค่าเงินบาทอ่อนอย่างรวดเร็ว
* คำตอบ: (คุณเจน วงศ์อิสริยะกุล) บริษัทมีนโยบายในการ Fix ราคาของสินค้าที่นำเข้าทั้งหมดเป็นเงินบาท ทำให้ต้นทุนกลับมาเป็นเงินบาททั้งหมด ซึ่งช่วยปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้ทั้งหมด ในอดีต 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทใช้นโยบายนี้มาตลอดและส่วนใหญ่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน [พูด]
  • คำถาม (32:35): สัดส่วนรายได้ B2B และ B2C เป็นอย่างไร ยอดขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทคิดเป็นประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
* คำตอบ: (คุณกนกพรรณ เกรียงไกรกุญชร) สัดส่วนรายได้ B2B ของเรามากกว่า 95% ส่วน B2C ปัจจุบันหมายถึงการขายตรงสู่ผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งสัดส่วนยังไม่เกิน 3-5% รวมทั้งสินค้า Food และ Beauty & Healthcare [พูด]
  • คำถาม (34:00): Product Mix Category ไหนมี Margin สูงหรือต่ำ Mix ในปัจจุบันมีทิศทางอย่างไร
* คำตอบ: (คุณกนกพรรณ เกรียงไกรกุญชร) Category ที่ทำ Margin สูงคือ Beauty & Healthcare ทั้ง Own Brand และ OEM เนื่องจากขายภาพลักษณ์ ฟังก์ชัน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้สามารถตั้งราคาได้สูง ส่วน Food มี Category ย่อยที่เป็น Specialty Product เช่น Hydrocolloid ที่ต้องการ Technical Service ซึ่งทำ Margin ได้ดี รวมถึง Own Brand ที่ผลิตเอง กลุ่มสินค้า Commodity ที่มีพื้นฐานจากสินค้าเกษตรจะมี Margin ต่ำกว่า แต่มี Volume สูง การ Mix สินค้า Margin สูงและต่ำที่มี Volume มาก จะช่วยขับเคลื่อนให้เราบรรลุเป้าหมายรายได้และกำไร ในอนาคตเราจะพยายามเพิ่มกลุ่มสินค้า Margin สูงให้มากขึ้น รวมถึงสินค้า Specialty และ Own Brand ใหม่ๆ [พูด]
  • คำถาม (36:05): เกี่ยวกับ AT-ZE อยากทราบว่าบริษัทยังต้องมีการตั้ง Impairment Loss หรือ Expected Credit Loss ในส่วนของเงินกู้ยืมที่เคยให้กับ AT-ZE เพิ่มเติมอีกหรือไม่ จำนวนเท่าไหร่ เมื่อไหร่
* คำตอบ: (คุณเจน วงศ์อิสริยะกุล) เราได้ปิดการชำระบัญชีของ AT-ZE ไปเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เรียบร้อยแล้วทั้งหมดโดยสมบูรณ์ Impairment ที่เราตั้งไปแล้วทั้งหมดนั้น สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือผลประโยชน์ทางภาษีในช่วงปีนี้จนถึงปีหน้า หรืออีกสองปีข้างหน้า เราจะไม่มีการใช้เงินสดในการจ่ายภาษี เพราะเราใช้ผลประโยชน์ทางภาษีที่เราขาดทุนจากการซื้อ AT-ZE มา [พูด]
  • คำถาม (37:04): บริษัทกระจายสินค้าให้ลูกค้าอย่างไร มีคลังสินค้าที่ไหน กี่แห่งครับ
* คำตอบ: (คุณกนลรัตน์ วงศ์อิสริยะกุล) บริษัทมีทั้งรถขนส่งของตัวเอง (Own Fleet) และใช้บริการ Outsource รวมถึง Third Party ปัจจุบันมีคลังสินค้าที่บางนา และในอนาคตจะมีที่ฉะเชิงเทราที่กำลังก่อสร้างอยู่ ส่วนอื่นๆ จะเป็นสัญญาเช่าที่อยู่โซนบางนาเป็นหลัก [พูด]
  • คำถาม (37:45): รายได้ครึ่งปีหลังจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรกหรือไม่ เพราะครึ่งปีแรกรรายได้บริษัทยังดูทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิทั้งปีบริษัทคาดว่าจะได้กี่เปอร์เซ็นต์
* คำตอบ: (คุณกนกพรรณ เกรียงไกรกุญชร) รายได้ครึ่งปีหลังมีความเชื่อมั่นว่าจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก โดยดูจากคำสั่งซื้อที่ได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า และการทำสัญญาซื้อขาย (Sales Contract) ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอานิสงส์จาก High Season ในไตรมาส 4 ภาพรวมครึ่งปีหลังจะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก สำหรับอัตรากำไรสุทธิ เรายังเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรไม่ต่ำกว่าช่วงครึ่งปีแรกได้ [พูด]
  • คำถาม (38:50): เป้าที่บริษัทวางไว้ว่าจะขยายรายได้จนถึง 3,000 ล้านยังสามารถทำได้หรือไม่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น และต้นทุนบริษัทได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง และบริษัทจัดการบริหารอย่างไร
* คำตอบ: (คุณกนกพรรณ เกรียงไกรกุญชร) เป้าหมายรายได้ 3,000 ล้านบาทที่นำเสนอใน Jump+ ยังคงเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในระยะกลาง เรามีแผนรองรับการขยายตัวอยู่แล้ว แม้สถานการณ์ในครึ่งปีแรกอาจยังไม่เป็นไปตามเป้า แต่เรายังไม่คิดที่จะปรับเป้าในตอนนี้ สำหรับต้นทุน ธุรกิจของเรา 90% เป็นการนำเข้า เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเรามีนโยบายปิดความเสี่ยง ส่วนค่าน้ำมันและค่าเฟรทที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า เราได้ส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังราคาขายให้ลูกค้า ซึ่งลูกค้ามีความเข้าใจ ทำให้เราสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ เราเชื่อว่าวิธีการบริหารจัดการในปัจจุบันสามารถนำพาเราไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ [พูด]
  • คำถาม (40:31): หมวดสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีไหมครับ น่าจะไปพ่วงกับเบเกอรี่ได้ไหม
* คำตอบ: (คุณกนกพรรณ เกรียงไกรกุญชร) ปัจจุบันมีสินค้าที่ขายให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่สามารถใช้ร่วมกับเบเกอรี่ได้ เช่น Whipping Powder, Cream Cheese Powder ที่ผลิตเอง สามารถใช้ในเบเกอรี่และคาเฟ่ได้ หรือ Fruit Crush แบรนด์ Osterberg จากเดนมาร์ก สามารถนำไปทำเครื่องดื่ม Fruit-based ได้ นอกจากนี้ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติม [พูด]

ยังไม่มีความคิดเห็น