เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BIOTEC พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2569 รับธุรกิจไบโอดีเซลโตแรง
ข่าวสาร

BIOTEC พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2569 รับธุรกิจไบโอดีเซลโตแรง

BIOTEC P/E 4.81 YIELD 0.00
2 เดือน 20:19 น. 0 ความเห็น

รายได้ธุรกิจไบโอดีเซลพุ่ง 62.83% หนุนกำไรสุทธิโตกว่า 267% ขณะที่ธุรกิจเรือลดลง

บริษัท ไบโอ กรีน เอ็นเนอร์ยี่ เทค จำกัด (มหาชน) หรือ BIOTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 65.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 267.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 39.01 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลและกลีเซอรีน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ BIOTEC พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลและกลีเซอรีน ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 55.17% หรือ 515.07 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นถึง 62.83% หรือ 539.29 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ต้นทุนทางการเงินก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 44.73%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของธุรกิจไบโอดีเซลมาจาก ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ตามที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 427.21% จาก 21.79 ล้านบาท เป็น 114.88 ล้านบาท นอกจากนี้ การลดลงของต้นทุนทางการเงินถึง 4.58 ล้านบาท จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และการลดลงของเงินกู้ยืม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรสุทธิให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจพาณิชย์นาวีมีรายได้ลดลง 32.17% เนื่องจากจำนวนเรือที่ลดลง

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังมีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและปริมาณการขาย ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ธุรกิจไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากแนวโน้มปริมาณการขายยังคงดีอย่างต่อเนื่อง และบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (เช่น น้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ และไขปาล์มสเตียริน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสที่ธุรกิจนี้จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลประกอบการต่อไป อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบหรือราคาขายไบโอดีเซลในอนาคต จึงยังไม่สามารถประเมินความต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน

Highlight สำคัญ

  • พลิกมีกำไรสุทธิ 65.22 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 267.19% YoY จากขาดทุน 39.01 ล้านบาท
  • รายได้รวม 1,448.68 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 55.17% YoY
  • ธุรกิจไบโอดีเซลโตเด่น: รายได้เพิ่ม 62.83% YoY จากปริมาณการขายที่สูงขึ้น
  • ธุรกิจพาณิชย์นาวีหดตัว: รายได้ลดลง 32.17% YoY จากจำนวนเรือที่ลดลง
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 44.73%: จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมที่ลดลง

ภาพรวมผลประกอบการ

กลุ่มบริษัทมีผลกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือน ไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 65.22 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 39.01 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,448.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.17% จาก 933.61 ล้านบาทในปี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 46.28% เป็น 55.17% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจไบโอดีเซลที่สามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจไบโอดีเซล: ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
  • การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: การลดลงของต้นทุนทางการเงินช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
  • กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของรายได้อื่นช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ต้นทุนขายของธุรกิจไบโอดีเซลขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RPO) และไขปาล์มสเตียริน (RPS) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากราคาปรับตัวสูงขึ้น
  • การลดลงของธุรกิจพาณิชย์นาวี: การที่จำนวนเรือลดลงส่งผลให้รายได้จากธุรกิจนี้หดตัว ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงหากไม่สามารถหาธุรกิจใหม่มาทดแทนได้
  • ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในธุรกิจพาณิชย์นาวี

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มปริมาณการขายและราคาขายน้ำมันไบโอดีเซล: เพื่อประเมินความต่อเนื่องของรายได้และอัตรากำไร
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: โดยเฉพาะราคาน้ำมันปาล์มและไขปาล์ม
  • ทิศทางของธุรกิจพาณิชย์นาวี: ว่าจะมีการปรับตัวหรือหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงหรือไม่
  • การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพ: ซึ่งอาจส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานของไบโอดีเซล

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

ธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BIOTEC ในไตรมาส 2/2569 คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลและกลีเซอรีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 62.83% เป็น 1,397.58 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพที่ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนขายของธุรกิจนี้ประกอบด้วยวัตถุดิบหลักคือน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RPO) และไขปาล์มสเตียริน (RPS) ซึ่งการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรของธุรกิจ

ในขณะที่ ธุรกิจพาณิชย์นาวี มีรายได้ลดลง 32.17% เป็น 51.10 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนเรือที่ลดลง ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดขนาดการดำเนินงานในส่วนนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 2,538.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.90% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน โดยเฉพาะลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 113.64% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 46.33% จากนโยบายบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 53.54% เนื่องจากมีการใช้เงินสดในกิจกรรมดำเนินงาน 4.41 ล้านบาท และกิจกรรมลงทุน 33.99 ล้านบาท (ซื้อสินทรัพย์ถาวร)

หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,319.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.64% โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 22.14% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องซื้อวัตถุดิบมากขึ้น หนี้สินอื่นๆ เพิ่มขึ้น 49.97% ส่วนใหญ่มาจากภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามกำไรก่อนภาษี

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,218.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.08% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิของกิจการในงวดหกเดือนปี 2569

สรุปท้าย

BIOTEC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 65.22 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ธุรกิจพาณิชย์นาวีจะยังคงหดตัว แต่การเติบโตของธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนที่ดี ทำให้บริษัทมีโอกาสในการรักษาโมเมนตัมเชิงบวกต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและแนวโน้มธุรกิจพาณิชย์นาวีในระยะถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น