เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CHAYO Oppday 2569 Q2
ข่าวสาร

CHAYO Oppday 2569 Q2

CHAYO P/E -100.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 06:33 น. 0 ความเห็น

CHAYO Oppday 2569 Q2

CHAYO Q2/2026: ผลงานแข็งแกร่งจากธุรกิจบริหารหนี้และแผน JUMP+ สู่เป้าหมาย 432 ล้านบาท

1. Highlights

CHAYO Group มีการปรับโครงสร้างทุนของ CHAYO JV โดยทุนปัจจุบันอยู่ที่ 2,109 ล้านบาท และมีการปรับโครงสร้างธุรกิจเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ Core Debt Management, Financial Solutions และ Industrial Support ซึ่งสะท้อนการปรับตัวและขยายขอบเขตธุรกิจ การลดลงของรายได้จากการซื้อหนี้เสียและปล่อยสินเชื่อในครึ่งปีแรก 2026 เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ไปเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันและบริหารจัดการหนี้เสียที่โอนมาจาก NPA เป็น NPL รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ทำให้ Net Profit Margin ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลัก ESG และการนำเทคโนโลยี Digital & AI มาใช้ในการบริหารจัดการหนี้

2. Hero Story

"JUMP+" คือฮีโร่ของไตรมาสนี้ โดยบริษัทมุ่งยกระดับผลประกอบการสู่เป้าหมาย Net Profit 432 ล้านบาทในปี 2028 ซึ่งในครึ่งปีแรก 2026 ทำได้ 201.73 ล้านบาท คิดเป็น 46.7% ของเป้าหมายปี 2028 และ 67.2% ของเป้าหมายปี 2026 (300 ล้านบาท) แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้

3. Outlook

  • ธุรกิจซื้อหนี้บริหาร: ปี 2026 คาดว่ารายได้จะเติบโต 15-20% จากการบริหารจัดการหนี้เสียที่ซื้อมา และจะเน้นการซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินและหนี้ที่มีหลักประกันมากขึ้น
  • ธุรกิจบริการเร่งรัดติดตามหนี้: คาดว่าจะเติบโต 15% จากการรับบริหารหนี้เสียจาก SAM และ ARI รวมถึงโครงการภาครัฐ และจะเน้นการติดตามหนี้ภาคโทรคมนาคมและสินเชื่อเช่าซื้อ
  • ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ: เน้นสินเชื่อ Advance Payrol และสินเชื่อที่มีหลักประกัน
  • ธุรกิจจัดหาแรงงาน: คาดว่าจะเติบโต 30%
  • เป้าหมายกำไรสุทธิ: ปี 2026 ตั้งเป้ากำไรสุทธิ 300 ล้านบาท, ปี 2027 ที่ 360 ล้านบาท และปี 2028 ที่ 432 ล้านบาท
  • การใช้เทคโนโลยี: พัฒนาระบบ Digital & AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหนี้และลดต้นทุน
  • การบริหารสินทรัพย์รอการขาย (NPA): คาดว่าจะขาย NPA ได้ประมาณ 350-700 ล้านบาทในปี 2026 และมีแผนขยายช่องทางการตลาดออนไลน์

4. ความเสี่ยง

  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว: การขาย NPA อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว (26:51)
  • การแข่งขันในการซื้อหนี้เสีย: มาตรการภาครัฐที่ยังคงจำกัดการซื้อหนี้เสียของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ทำให้การซื้อหนี้เสียมีหลักประกันทำได้น้อยลง (21:30)
  • ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้: ลูกหนี้บางกลุ่มอาจขอผ่อนผันการชำระหนี้หรือขอปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับ (37:27)
  • ความผันผวนของ ECL: การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) อาจมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ (42:58)

5. Q&A Highlights

  • Q1: อัตราความสำเร็จในการจัดเก็บเงินสดใน Q2/2026 และกลยุทธ์การปรับโครงสร้างหนี้ใน Q3 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้อย่างไร? (35:33)
- A1: ใน Q2/2026 อัตราการจัดเก็บเงินสดลดลงเล็กน้อยจาก Q1/2026 แต่คาดว่าใน Q3/2026 จะดีขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้จะเน้นการเจรจาผ่อนผันกับลูกหนี้กลุ่ม SME และลูกหนี้ทั่วไป รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต เพื่อให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ง่ายขึ้นและลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บในระยะยาว
  • Q2: ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้รับผลกระทบจากต้นทุนเงินกู้ชุดใหม่มากน้อยเพียงใด และมีแผนการบริหารจัดการเพื่อลดดอกเบี้ยจ่ายในครึ่งปีหลังอย่างไร? (36:50)
- A2: ต้นทุนทางการเงินในครึ่งปีแรก 2026 ลดลง 13 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินทำได้ดีขึ้น และการชำระคืนเงินกู้บางส่วน ในครึ่งปีหลัง 2026 คาดว่าจะมีการจ่ายคืนเงินกู้ตามแผน ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายลงได้อีก
  • Q3: จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง บริษัทพบสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ หรือการขอขยายเวลาชำระหนี้จากลูกหนี้กลุ่มใดเป็นพิเศษใน Q2/2026 และต่อเนื่องถึง Q3 หรือไม่? (37:27)
- A3: กลุ่มลูกหนี้ SME และลูกหนี้ทั่วไป รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อออนไลน์ มีสัญญาณการขอผ่อนผันการชำระหนี้และการขอปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สินเชื่อรถยนต์และบ้านยังคงมีแนวโน้มที่ดีอยู่ คาดว่าใน Q3/2026 และ Q4/2026 สถานการณ์จะยังคงท้าทาย แต่บริษัทมีแผนการบริหารจัดการหนี้เชิงรุกเพื่อลดผลกระทบ

ยังไม่มีความคิดเห็น