เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FTI กำไร Q2/69 พุ่ง 151% รับรายได้โต-เคลมประกันไฟไหม้
ข่าวสาร

FTI กำไร Q2/69 พุ่ง 151% รับรายได้โต-เคลมประกันไฟไหม้

FTI P/E 12.81 YIELD 4.00
เดือนที่แล้ว 18:46 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 17.5% QoQ, กำไรสุทธิกระฉูด 151.64% YoY จากการดำเนินงานแกร่งและเคลมประกัน

บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 228.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.50% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 14.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 49.85 ล้านบาท เติบโต 151.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ FTI ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าและบริการที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 151.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้จากการขายสินค้าและบริการเติบโต: ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 228.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.50% จากไตรมาส 1 ปี 2569 และเพิ่มขึ้น 14.95% จากไตรมาส 2 ปี 2568 การเติบโตนี้มาจากหลายกลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (+0.4%), กลุ่มอุตสาหกรรม (+3%), กลุ่มสารองกรอง (+26%) และกลุ่ม Aquatek (+27%) โดยเฉพาะกลุ่มสารองกรองที่เติบโตสูงจากการได้รับมาตรฐานฮาลาล และกลุ่ม Aquatek ที่เติบโต 9% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่
  • การรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน: บริษัทรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 9.70 ล้านบาท จากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยบริษัทได้รับเงินเคลมประกันภัยครบถ้วนแล้วในเดือนกรกฎาคม 2569
  • การควบคุมต้นทุน: แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการได้ตามสัดส่วนรายได้ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 72.88% ในครึ่งปีแรก จากการบริหารสภาพคล่องและสินค้าคงคลังที่ดี

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว รายได้ค่าสินไหมทดแทนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เฉพาะกิจ (ไฟไหม้คลังสินค้า) จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มสารองกรองและ Aquatek ที่มีปัจจัยหนุนจากการได้รับมาตรฐานฮาลาลและการเปิดตัวสินค้าใหม่ อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องได้ แต่ต้องติดตามการแข่งขันและกำลังซื้อในตลาดต่อไป

Highlight สำคัญ

  • รายได้ Q2/69 เติบโต 14.95% YoY: อยู่ที่ 228.75 ล้านบาท จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มพาณิชย์, อุตสาหกรรม, สารองกรอง และ Aquatek
  • กำไรสุทธิ Q2/69 พุ่ง 151.64% YoY: อยู่ที่ 49.85 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง การควบคุมต้นทุน และการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน
  • รับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน 9.70 ล้านบาท: จากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า
  • อัตรากำไรขั้นต้นครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 5.22%: อยู่ที่ 32.15% จากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและนำเข้า
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 72.88% ในครึ่งปีแรก: จากการบริหารสภาพคล่องและสินค้าคงคลังที่ดี
  • สินทรัพย์รวม ณ มิ.ย. 69 เพิ่มขึ้น 10.01 ล้านบาท: จากเงินสดและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง
  • หนี้สินรวม ณ มิ.ย. 69 ลดลง 23.45 ล้านบาท: จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลง

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI มีรายได้จากการขายและบริการรวม 228.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 และเพิ่มขึ้น 14.95% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 423.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.12% จากปีก่อน

ในส่วนของกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 49.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 151.64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 9.70 ล้านบาท จากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า

อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 32.15% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.22% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนนำเข้าสินค้าได้ดี

ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 85.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.61% จากปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายบริหารลดลงจากการงดเดินทางไปต่างประเทศ แต่มีค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างแบรนด์ Aquatek

ต้นทุนทางการเงินสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 0.48 ล้านบาท ลดลง 72.88% จากปีก่อน จากการบริหารสภาพคล่องและสินค้าคงคลังที่ดี

โอกาส

  • การเติบโตของสินค้ากลุ่มเฉพาะ: การได้รับมาตรฐานฮาลาลในกลุ่มไส้กรองและสารองกรอง ส่งผลให้ยอดขายเติบโต 26% และการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องกรองน้ำแบรนด์ Aquatek ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 9% บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดในกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการเฉพาะ
  • การบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง: การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนนำเข้า รวมถึงการบริหารสภาพคล่องและสินค้าคงคลังที่ดี ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะยาว
  • การเคลมประกัน: การได้รับเงินเคลมประกันภัยครบถ้วนจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า ช่วยเสริมสภาพคล่องและผลประกอบการในไตรมาสนี้

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ปัจจุบันจะสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบนำเข้ายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • การแข่งขันในตลาด: ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องกรองน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ
  • เหตุการณ์ไม่คาดฝัน: เหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มยอดขายสินค้ากลุ่มสารองกรองและ Aquatek: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังได้รับมาตรฐานฮาลาลและเปิดตัวสินค้าใหม่
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: ในสภาวะที่ราคาวัตถุดิบอาจมีความผันผวน
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงิน
  • การรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทน: เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลต่อกำไรในไตรมาสนี้ จะไม่มีผลในไตรมาสถัดไป
  • ค่าใช้จ่ายการตลาด: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ Aquatek จะส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้นหรือไม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)

  • ยอดขายสินค้า: รายได้จากการขายสินค้าเติบโตขึ้นในกลุ่มสินค้าพาณิชย์ (+0.4%), กลุ่มอุตสาหกรรม (+3%), กลุ่มสารองกรอง (+26%) และกลุ่ม Aquatek (+27%) โดยเฉพาะกลุ่มสารองกรองที่ได้รับมาตรฐานฮาลาล และกลุ่ม Aquatek ที่มียอดขายเครื่องกรองน้ำเพิ่มขึ้น 9% จากการนำสินค้าใหม่เข้าจำหน่าย
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนนำเข้าได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น
  • ค่าใช้จ่ายการตลาด: มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ Aquatek ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
  • ช่องทางการขาย: แม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่ชัดเจน แต่การเติบโตของแบรนด์ Aquatek อาจสะท้อนถึงการขยายช่องทางจัดจำหน่ายหรือการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางเดิม

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 904.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.01 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดในมือเพิ่มขึ้น 27.19 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 12.47 ล้านบาท และเงินค้ำรับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 71.04 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 99.97 ล้านบาท

หนี้สินรวมอยู่ที่ 146.24 ล้านบาท ลดลง 23.45 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยหลักเกิดจากเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 33.56 ล้านบาท

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 758.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.46 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 ซึ่งมาจากการกำไรจากการดำเนินงาน 49.64 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 17.99 ล้านบาท

กระแสเงินสดกิจกรรมดำเนินงานในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 81.70 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากประกันเคลมไฟไหม้ 6.95 ล้านบาท กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4.01 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 50.49 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้สถาบันการเงินและจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 110.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.19 ล้านบาท

สรุปท้าย

FTI ในไตรมาส 2 ปี 2569 โชว์ผลประกอบการที่โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 151% แรงหนุนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสารองกรองและ Aquatek รวมถึงการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้า ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ แม้ว่าปัจจัยพิเศษดังกล่าวจะไม่ต่อเนื่อง แต่การเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังคงเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในตลาดและแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น