NC กำไรสุทธิ Q2/2569 พลิกขาดทุน หลังรายได้วูบ-ต้นทุนขายพุ่ง
รายได้หด 9.86% กดดันผลประกอบการไตรมาส 2 ขณะฝ่ายจัดการเร่งบริหารต้นทุน
บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) หรือ NC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 0.56 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4.19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายสุทธิที่ลดลง 9.86% ประกอบกับต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NC ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ การลดลงของรายได้จากการขายสุทธิ 9.86% และ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย 13.95% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิของบริษัทฯ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
รายได้จากการขายสุทธิที่ลดลง มีสาเหตุหลักมาจาก:
- ช่องทางค้าส่ง: ยอดขายลดลง 24.05% เนื่องจากการชะลอการนำเข้าสินค้าของร้านค้า
- ช่องทางห้างสรรพสินค้า: ยอดขายลดลง 9.65% จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
- ปัจจัยภายนอก: ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ค่าครองชีพ และความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่ามากขึ้น
ในขณะที่ ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าอยู่ในระดับ 63.98% ซึ่งลดลง 3.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารและกำหนดราคาจำหน่ายอย่างเป็นระบบภายใต้ Master Plan ของบริษัทฯ ที่ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดัน
นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12.44% จากการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม/งานแสดงสินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายและขยายการเข้าถึงผู้บริโภค
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 65.59% เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมปรับตัวลดลงและมีผลขาดทุนในงวดดังกล่าว
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัจจัยด้านรายได้ที่ลดลง เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่ามากขึ้น รวมถึงการชะลอการนำเข้าสินค้าของร้านค้าในช่องทางค้าส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการขยายช่องทางออนไลน์ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 8.48% แต่ยังไม่สามารถชดเชยการลดลงของช่องทางค้าส่งและห้างสรรพสินค้าได้ทั้งหมด ส่วนการบริหารต้นทุนขายที่ระบุว่าทำได้ดีภายใต้ Master Plan อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดจำหน่ายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิ 0.56 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 เทียบกับกำไร 4.19 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้จากการขายสุทธิลดลง 9.86% อยู่ที่ 106.38 ล้านบาท จาก 118.02 ล้านบาทในปีก่อน
- ต้นทุนขายลดลง 13.95% อยู่ที่ 68.06 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้สูงขึ้น
- ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12.44% จากการสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขายออนไลน์และงานแสดงสินค้า
- ช่องทางออนไลน์เติบโต 8.48% แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงจากช่องทางค้าส่งและห้างสรรพสินค้าได้
- ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 65.59% เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทร่วมปรับตัวลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิ 106.38 ล้านบาท ลดลง 11.64 ล้านบาท หรือ 9.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 118.02 ล้านบาท ส่งผลให้รวมรายได้อยู่ที่ 112.72 ล้านบาท ลดลง 9.48% ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 68.06 ล้านบาท ลดลง 13.95% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12.44% เป็น 34.62 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.46% เป็น 9.64 ล้านบาท ทำให้รวมค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 113.18 ล้านบาท ลดลง 6.59% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 0.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 4.75 ล้านบาท (เมื่อพิจารณาจากงบการเงินเฉพาะกิจการ)
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 222.70 ล้านบาท ลดลง 10.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 249.72 ล้านบาท ส่งผลให้รวมรายได้อยู่ที่ 230.62 ล้านบาท ลดลง 10.57% ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 14.47% เป็น 146.33 ล้านบาท แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 8.97% เป็น 64.88 ล้านบาท ทำให้รวมค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 231.78 ล้านบาท ลดลง 8.26% ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรก 1.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 8.40 ล้านบาท (เมื่อพิจารณาจากงบการเงินเฉพาะกิจการ)
โอกาส
- การเติบโตของช่องทางออนไลน์: ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 8.48% สะท้อนถึงการปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การเปิดตัว "Invisible Collection" คอลเลกชันล่าสุดภายใต้แบรนด์ "เชอรีล่อน" ที่เน้นดีไซน์ ความสบาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ อาจช่วยกระตุ้นยอดขายในอนาคต
- การสร้างประสบการณ์กับผู้บริโภค: การเข้าร่วมงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” เป็นช่องทางสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สร้างประสบการณ์ใกล้ชิด และส่งเสริมการรับรู้แบรนด์
- ความรับผิดชอบต่อสังคม: โครงการ “LEG OF HOPE” สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว
ความเสี่ยง
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าจำเป็นและความคุ้มค่ามากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าที่ไม่จำเป็นในระยะยาว
- การแข่งขันในตลาด: ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่
- ความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
- การพึ่งพิงช่องทางค้าส่งและห้างสรรพสินค้า: การลดลงของยอดขายในช่องทางเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ผลประกอบการของบริษัทร่วม: การปรับตัวลดลงและมีผลขาดทุนของบริษัทร่วม ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรของบริษัทฯ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มยอดขายช่องทางออนไลน์: จะสามารถเติบโตต่อเนื่องและชดเชยยอดขายที่ลดลงจากช่องทางอื่นได้หรือไม่
- ประสิทธิภาพของการบริหารต้นทุนขาย: การควบคุมต้นทุนสินค้าให้สอดคล้องกับราคาขายและสภาวะตลาด
- ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ "Invisible Collection": จะสามารถกระตุ้นยอดขายและสร้างความแตกต่างในตลาดได้มากน้อยเพียงใด
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิอย่างไร
- ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม: จะฟื้นตัวกลับมาสร้างกำไรได้หรือไม่ในอนาคต
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
- ยอดขายสุทธิ: ลดลง 9.86% โดยช่องทางค้าส่งหดตัว 24.05% และช่องทางห้างสรรพสินค้าลดลง 9.65% สะท้อนถึงความท้าทายในการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางดั้งเดิม
- ช่องทางออนไลน์: เติบโต 8.48% เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมได้
- ต้นทุนขาย: แม้จะลดลง 13.95% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
- ค่าใช้จ่ายการตลาด: มีการเพิ่มขึ้น 12.44% ในส่วนของต้นทุนในการจัดจำหน่าย เพื่อสนับสนุนการขายผ่านออนไลน์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาว
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 785.00 ล้านบาท ลดลง 3.70% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมลดลง 8.60% เป็น 307.67 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.26% เป็น 477.34 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 24.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 62.90% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเก็บชำระลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของสินค้าคงเหลือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นบวก 4.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.66% จากเงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้น ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 4.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24.01% จากการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นและผลจากการยกเลิกสัญญาเช่าทางการเงิน
สรุปท้าย
NC เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 ด้วยรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่องทางค้าส่งและห้างสรรพสินค้า แม้ช่องทางออนไลน์จะเติบโต แต่ยังไม่สามารถชดเชยภาพรวมได้ ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุน ปัจจัยเชิงโครงสร้างด้านพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวและรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป