UV กำไรสุทธิ Q3/2569 พลิกบวก 40.5 ล้านบาท จากธุรกิจพลังงาน-อสังหาฯ ฟื้นตัว
รายได้หลักโต 4% หนุนกำไรสุทธิ Q3/2569 พลิกเป็นบวก 33.9 ล้านบาท ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและแสวงหาโอกาสธุรกิจใหม่
บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 33.9 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 6.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 4% จากธุรกิจลงทุนและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 117.0 ล้านบาท ลดลง 42% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง 7% เป็นหลัก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ UV ในไตรมาส 3 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 33.9 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 40.5 ล้านบาท จากขาดทุน 6.6 ล้านบาทในปีก่อน) มาจาก การฟื้นตัวของรายได้หลักที่เติบโต 4% โดยเฉพาะจาก ธุรกิจลงทุน (พลังงาน) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 5% จากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่สูงขึ้น และ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 2% แม้ว่าภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2569 จะมีกำไรสุทธิลดลง 42% เหลือ 117.0 ล้านบาท (จาก 201.3 ล้านบาทในปีก่อน) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 7% โดยเฉพาะจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 27%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569:
- ธุรกิจลงทุน (พลังงาน): รายได้เพิ่มขึ้น 132.3 ล้านบาท (+5%) โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ยที่สูงขึ้น 134.3 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานโลก
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: รายได้เพิ่มขึ้น 7.7 ล้านบาท (+2%) แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะลดลง แต่ธุรกิจบริหารอาคารสำนักงานให้เช่า การจัดการโครงการ และธุรกิจจำหน่ายระบบควบคุมอาคาร สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาทดแทนได้
- ธุรกิจอุตสาหกรรม: รายได้เพิ่มขึ้น 6.9 ล้านบาท (+3%) จากราคาขายสังกะสีออกไซด์ที่สูงขึ้นตามราคาตลาด LME
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2569:
- รายได้รวมลดลง 7% เป็น 9,852.1 ล้านบาท จาก 10,637.4 ล้านบาทในปีก่อน
- ธุรกิจลงทุน (พลังงาน): รายได้ลดลง 291.4 ล้านบาท (-4%) เนื่องจากราคาค่าก๊าซเฉลี่ย ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลง
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: รายได้ลดลง 455.0 ล้านบาท (-27%) จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ลดลง
- ธุรกิจอุตสาหกรรม: รายได้ลดลง 38.9 ล้านบาท (-5%) จากปริมาณขายสังกะสีออกไซด์ที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนหลักปรับลดลง 7% ใน 9 เดือนแรก และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 13% ทำให้ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized NP) ใน 9 เดือนแรก ปรับเพิ่มขึ้น 36.7 ล้านบาท เป็น 277.9 ล้านบาท
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก
- ธุรกิจพลังงาน: รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากราคาก๊าซที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะผันผวนตามราคาพลังงานโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางตามที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ในเอกสาร
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: การฟื้นตัวของรายได้ในส่วนธุรกิจบริหารอาคารและบริการที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดอาจยังคงผันผวนตามภาวะตลาด
- การบริหารต้นทุน: ฝ่ายจัดการได้เน้นย้ำถึงการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่น่าจะต่อเนื่อง
โดยรวมแล้ว การฟื้นตัวของกำไรในไตรมาส 3 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ความต่อเนื่องจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกด้านราคาพลังงานและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทฯ
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q3/2569 พลิกเป็นบวก 33.9 ล้านบาท จากขาดทุน 6.6 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวม Q3/2569 เพิ่มขึ้น 4% เป็น 3,603.4 ล้านบาท จาก 3,449.6 ล้านบาทในปีก่อน
- กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 117.0 ล้านบาท ลดลง 42% จาก 201.3 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 7% เป็น 9,852.1 ล้านบาท จาก 10,637.4 ล้านบาทในปีก่อน
- อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม Q3/2569 อยู่ที่ 14% ลดลงจาก 15% ในปีก่อน
- อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 15% ลดลงจาก 16% ในปีก่อน
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้น Q3/2569 อยู่ที่ 1.44 เท่า ลดลงจาก 1.50 เท่า ณ สิ้นปี 2568
ภาพรวมผลประกอบการ
งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569:
- รายได้รวม: 3,603.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% YoY
- กำไรขั้นต้น: 491.6 ล้านบาท ลดลง 7.6% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: 14.0% ลดลงจาก 15.0% YoY
- EBITDA: 528.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% YoY
- กำไรสุทธิ: 33.9 ล้านบาท พลิกเป็นบวก จากขาดทุน 6.6 ล้านบาท YoY
- กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized NP): 89.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% YoY
งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569:
- รายได้รวม: 9,852.1 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY
- กำไรขั้นต้น: 1,521.9 ล้านบาท ลดลง 9.8% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: 15.5% ลดลงจาก 15.9% YoY
- EBITDA: 1,620.6 ล้านบาท ลดลง 10.2% YoY
- กำไรสุทธิ: 117.0 ล้านบาท ลดลง 42.0% YoY
- กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized NP): 277.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% YoY
โอกาส
- การเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า: บริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
- การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ: ฝ่ายจัดการมีการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในบางกลุ่มธุรกิจ
- การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่: บริษัทฯ มีนโยบายแสวงหาโอกาสในการขยายหรือต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ: ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าของธุรกิจหลัก
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และภาวะเงินเฟ้อ/หนี้ครัวเรือน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
- การพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ: ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ทำให้ต้นทุนพลังงานของกลุ่มบริษัทอ่อนไหวต่อราคาตลาดโลก
- ผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ: มาตรการและนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ต้นทุนธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขัน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติและพลังงานโลก: ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด
- การดำเนินงานของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและสถานีชาร์จ EV: ประเมินความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่เหล่านี้
- การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง: ประเมินประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกกลุ่มธุรกิจ
- การโอนกรรมสิทธิ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ติดตามแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดและรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
- ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ: ติดตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟฟ้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: Q3/2569 เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 433.3 ล้านบาท แม้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจะลดลง แต่ธุรกิจบริหารอาคารสำนักงานให้เช่า, การจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์, และธุรกิจจำหน่ายระบบควบคุมอาคาร สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาทดแทนได้
- ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์: Q3/2569 อยู่ที่ 221.6 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 596.4 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลง 39% ใน 9 เดือนแรก YoY สอดคล้องกับการลดลงของรายได้
- อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: ใน 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 20% ลดลงจาก 23% ในปีก่อน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q3/2569 อยู่ที่ 36,175.5 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการเปลี่ยนแปลงในที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
- หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q3/2569 อยู่ที่ 21,368.3 ล้านบาท ลดลง 3.0% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขยายกำหนดเวลาชำระคืนหนี้ระยะยาว
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้น Q3/2569 อยู่ที่ 14,807.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากสิ้นปี 2568 จากผลการดำเนินงาน
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio): ณ สิ้น Q3/2569 อยู่ที่ 1.44 เท่า ลดลงจาก 1.50 เท่า ณ สิ้นปี 2568 แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
สรุปท้าย
UV พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2569 จากการฟื้นตัวของรายได้ในธุรกิจพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาค่าก๊าซที่สูงขึ้น และการเติบโตของรายได้จากธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าภาพรวม 9 เดือนแรกจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง โดยเฉพาะจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพทำให้กำไรจากการดำเนินงานปกติยังคงเติบโตได้ดี ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาพลังงานโลกและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งบริษัทฯ ได้มีมาตรการบริหารความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง