เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UBE พลิกขาดทุน Q2/69 เป็นกำไรสุทธิ 43.6 ล้านบาท รับธุรกิจอาหารหนุน
ข่าวสาร

UBE พลิกขาดทุน Q2/69 เป็นกำไรสุทธิ 43.6 ล้านบาท รับธุรกิจอาหารหนุน

UBE P/E -100.00 YIELD 2.78
เดือนที่แล้ว 08:24 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหด 15.6% YoY แต่กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง เหตุต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (Q2/69) มีรายได้รวม 1,106.9 ล้านบาท ลดลง 15.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 43.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 128.1 ล้านบาทใน Q2/68 ซึ่งเป็นการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก

Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ UBE ในไตรมาส 2/2569 พลิกฟื้นจากขาดทุนจำนวนมาก มาเป็นขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงของต้นทุนขายและให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้นทุนขายลดลง 23.4% YoY ในขณะที่รายได้รวมลดลงเพียง 15.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.6% ใน Q2/68 เป็น 12.5% ใน Q2/69

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของต้นทุนขายเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีปริมาณการขายที่ลดลงในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอทานอลที่ลดลง 29.7% YoY และธุรกิจอื่นที่ลดลง 74.4% YoY ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลงตามที่ระบุในเอกสาร อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนขายที่มากกว่าการลดลงของรายได้ ทำให้เกิดส่วนต่างที่ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว จากข้อมูลที่ปรากฏ การลดลงของต้นทุนขายที่มากกว่ารายได้ อาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มข้นขึ้น หรือการปรับลดปริมาณการผลิต/ขายในส่วนที่ให้กำไรน้อยลง อย่างไรก็ตาม การที่รายได้รวมยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง (-17.5% YoY ใน 1H’69) ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยนี้อาจไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างหรือการบริหารจัดการต้นทุนในระยะสั้น

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมลดลง 15.6% YoY: อยู่ที่ 1,106.9 ล้านบาท โดยธุรกิจเอทานอลลดลง 29.7% YoY และธุรกิจอื่นลดลง 74.4% YoY
  • ขาดทุนสุทธิลดลง 66.0% YoY: อยู่ที่ 43.6 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 128.1 ล้านบาทใน Q2/68
  • อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง: จาก 3.6% ใน Q2/68 เป็น 12.5% ใน Q2/69 จากต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่ารายได้
  • ธุรกิจอาหารเติบโต: รายได้จากธุรกิจร้านอาหารเพิ่มขึ้น 19.3% YoY ใน Q2/69 และ 23.4% YoY ใน 1H’69
  • ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังสูงขึ้น: ราคาเฉลี่ยใน Q2’69 อยู่ที่ 3.17 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 65.1% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,106.9 ล้านบาท ลดลง 15.6% YoY โดยรายได้จากธุรกิจเอทานอลลดลง 29.7% YoY เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและสต็อกในประเทศที่สูง ประกอบกับราคาขายเอทานอลที่ปรับตัวขึ้นไม่ทันต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รายได้จากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลงเล็กน้อย 4.3% YoY จากปริมาณการขายที่ลดลง ส่วนธุรกิจอื่นลดลง 74.4% YoY จากผลิตภัณฑ์กาแฟเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจร้านอาหารเติบโต 19.3% YoY จากการทำโปรโมชั่น

สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 (1H’69) รายได้รวมอยู่ที่ 2,271.7 ล้านบาท ลดลง 17.5% YoY โดยธุรกิจเอทานอลลดลง 31.9% YoY และธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลง 6.7% YoY ขณะที่ธุรกิจอาหารเติบโต 23.4% YoY จากการส่งเสริมการขายและการขยายแบรนด์ใหม่

ต้นทุนขายใน Q2’69 อยู่ที่ 968.3 ล้านบาท ลดลง 23.4% YoY ซึ่งลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 3.6% ใน Q2’68 เป็น 12.5% ใน Q2’69

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมใน Q2’69 อยู่ที่ 138.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% YoY

ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใน Q2’69 อยู่ที่ 43.6 ล้านบาท ลดลง 66.0% YoY จากขาดทุน 128.1 ล้านบาทใน Q2’68

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจอาหาร: รายได้จากธุรกิจร้านอาหารมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งใน Q2/69 และ 1H/69 ซึ่งเป็นส่วนช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจหลัก
  • การลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ: การเข้าถือหุ้นในบริษัท โอชิเน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (Oshinei Enterprise หรือ OE) และการเปิดตัวร้านอาหารแบรนด์ใหม่ "Amber" แสดงถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพ
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products): การมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
  • การได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์: สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ธุรกิจต้นน้ำพึ่งพามันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อปริมาณและราคาวัตถุดิบ
  • ราคาเอทานอลและต้นทุนวัตถุดิบ: ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เกิดแรงกดดันต่อธุรกิจเอทานอล
  • ปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังลดลง: ปัญหาภัยแล้งและโรคใบด่างส่งผลให้ผลผลิตหัวมันสดในประเทศลดลง กระทบต่อปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลัง
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมเอทานอล: ปริมาณสต็อกในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ทำให้เกิดการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบมันสำปะหลัง: การเปลี่ยนแปลงของราคาและปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
  • ทิศทางราคาขายเอทานอลและปริมาณการใช้: การบริหารจัดการส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และแนวโน้มการใช้เอทานอล
  • ผลประกอบการของธุรกิจอาหาร: การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจร้านอาหารและการลงทุนในแบรนด์ใหม่
  • การบริหารจัดการต้นทุนขาย: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
  • แผนการลงทุนในธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม: ความคืบหน้าของโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และการขยายธุรกิจใหม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)

ธุรกิจเอทานอล: ความต้องการใช้เอทานอลเกรดเชื้อเพลิงใน Q2’69 เฉลี่ย 3.6 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY โดยสัดส่วนการผสมเอทานอลเพิ่มเป็น 11.9% จาก 11.0% YoY เนื่องจากการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 65.1% YoY ขณะที่ราคาขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพียง 12.4% YoY ทำให้ส่วนต่างกำไรถูกกดดัน

ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง: ปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังของไทยใน Q2’69 ลดลง 41.2% YoY เนื่องจากผลผลิตหัวมันสดในประเทศลดลงจากภัยแล้งและโรคใบด่าง

การบริหารจัดการต้นทุน: ต้นทุนขายลดลง 23.4% YoY ใน Q2’69 ซึ่งมากกว่าการลดลงของรายได้ 15.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การลงทุนในธุรกิจอาหาร: รายได้จากธุรกิจร้านอาหารเพิ่มขึ้น 19.3% YoY ใน Q2’69 และ 23.4% YoY ใน 1H’69 สะท้อนการเติบโตที่ดีของธุรกิจนี้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,616.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่ลดลงจากค่าเสื่อมราคา

หนี้สินรวมอยู่ที่ 828.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% จากสิ้นปี 2568 จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบ

ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,788.0 ล้านบาท ลดลง 2.0% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานและเงินปันผล

อัตราส่วน D/E อยู่ที่ 0.2 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.11 เท่าใน Q2’68 เป็น 3.9 เท่าใน Q2’69

สรุปท้าย

UBE ในไตรมาส 2/2569 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงมากกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงหดตัวจากธุรกิจหลักอย่างเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง แต่การเติบโตของธุรกิจอาหารและการลงทุนในธุรกิจใหม่เป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น