ONSENS สรุปผลประกอบการ Q2/2569
ONSENS โชว์รายได้ Q2/2569 เติบโต 5.17% รับแรงหนุนผู้ใช้บริการเพิ่ม
รายได้รวมโต 5.17% แม้ค่าบริการเฉลี่ยต่อคนลดลง ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 49.51% YoY จากต้นทุนที่บริหารจัดการได้ดีขึ้น
บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 67.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 49.51% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนการให้บริการที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ONSENS ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตเพียง 5.17% YoY แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 49.51% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- การเติบโตของผู้ใช้บริการ: รายได้จากบริการออนเซ็นและสปาเพิ่มขึ้น 3.34% YoY โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นถึง 9.96% จาก 23,363 คน เป็น 25,689 คน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้าและกิจกรรมทางการตลาดที่บริษัทฯ ดำเนินการ
- การบริหารต้นทุนการให้บริการ: แม้จำนวนผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนการให้บริการกลับทรงตัว (เพิ่มขึ้นเพียง 0.12% YoY) ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการต่อผู้ใช้บริการ 1 คน ลดลงจาก 331 บาท เป็น 303 บาท สาเหตุหลักมาจากค่าตอบแทนพนักงานสปาที่ลดลงตามรายได้ที่ลดลง และการบริหารค่าสาธารณูปโภคต่อหน่วยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งนี้สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ดี
- ต้นทุนทางการเงินลดลง: ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.68% YoY จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลง
- ปัจจัยกดดัน: แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่มีปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยรายได้รวมลดลง 9.79% เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 43.62% เป็น 40.23% เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารต้นทุนการให้บริการที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้อาจมีความผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการมาตรการฟื้นฟูรายได้ต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ในระยะยาวได้
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 5.17% YoY แตะ 67.37 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น 9.96%
- กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 49.51% YoY สู่ระดับ 1.37 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินลดลง
- อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น จาก 38.07% ใน Q2/2568 เป็น 40.23% ใน Q2/2569
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20.62% YoY จากการลงทุนด้านการตลาดและสื่อออนไลน์
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.38% YoY โดยมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) เช่น ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์
- กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 80.65% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวและรายได้ลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 ONSENS มีรายได้รวม 67.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.17% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้บริการออนเซ็นและสปาที่เพิ่มขึ้น 3.34% จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เติบโต 9.96% แม้ว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนจะลดลง 6.02% เนื่องจากสัดส่วนผู้ใช้บริการสปาที่มีราคาสูงกว่าลดลง รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.69% และรายได้อื่นและรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 61.56% จากกำไรจากการจำหน่ายอุปกรณ์และยกเลิกสัญญาเช่า
ต้นทุนการให้บริการทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ต้นทุนต่อผู้ใช้บริการลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 38.07% เป็น 40.23% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20.62% จากการลงทุนด้านการตลาด และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.38% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลงเล็กน้อย แต่เมื่อหักต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 11.68% และภาษีเงินได้ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 1.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.51% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้รวมลดลง 9.79% เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก 80.65% จาก 7.10 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เหลือ 1.37 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 142.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.13% YoY และมีกำไรสุทธิ 8.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.92% YoY โดยการเติบโตของกำไรมาจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นหลัก
โอกาส
- การขยายฐานลูกค้าและกิจกรรมทางการตลาด: การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการสะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม
- การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การลดลงของต้นทุนการให้บริการต่อผู้ใช้บริการ 1 คน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตรากำไร
- การปรับปรุงรายการอาหารและเครื่องดื่ม: การปรับปรุงรายการอาหารและเครื่องดื่มในกลุ่มพรีเมียมอาจช่วยเพิ่มรายได้จากการขายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการ
- การลงทุนในโครงการใหม่: การได้รับวงเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มเติม 144 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการใหม่ แสดงถึงแผนการเติบโตในอนาคต
ความเสี่ยง
- ฤดูกาลท่องเที่ยว: รายได้ของบริษัทฯ มีความอ่อนไหวต่อฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยไตรมาส 2 เป็นช่วงนอกฤดู ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ลดลง
- การแข่งขันในธุรกิจสปาและบริการสุขภาพ: ธุรกิจนี้มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อความนิยมในบริการบางประเภท
- ต้นทุนคงที่: การมีต้นทุนคงที่จำนวนมาก ทำให้เมื่อรายได้ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลการดำเนินงานของสาขา KLAI เยาวราช: สาขาที่เริ่มดำเนินการปลายปี 2567 ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน แต่มีรายได้เติบโตสูง ต้องติดตามว่าจะมีกำไรได้เมื่อใด
- มาตรการฟื้นฟูรายได้ต่อผู้ใช้บริการ: ความสำเร็จของมาตรการนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
- การลงทุนในโครงการใหม่: การใช้เงินกู้ยืม 144 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการใหม่ จะเป็นอย่างไร และจะสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง: ความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของรายได้
- แนวโน้มอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคน: การที่อัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนลดลง อาจต้องพิจารณาว่าเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มปริมาณ หรือเป็นสัญญาณของแรงกดดันด้านราคา
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้บริการออนเซ็นและสปา: แม้จำนวนผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้น แต่รายได้บริการเติบโตในอัตราที่ช้ากว่า (3.34%) เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้บริการ (9.96%) สะท้อนถึงการลดลงของอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคน (730.44 บาท จาก 777.21 บาท) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ใช้บริการสปาที่มีราคาสูงกว่า
- รายได้จากการขาย: เติบโตได้ดี 10.69% สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงรายการอาหารและเครื่องดื่ม
- ต้นทุนการให้บริการ: การบริหารต้นทุนต่อผู้ใช้บริการ 1 คน ที่ลดลง (จาก 331 บาท เป็น 303 บาท) เป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
- ค่าใช้จ่ายการตลาด: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย 20.62% สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในอุตสาหกรรมบริการ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 984.11 ล้านบาท ลดลง 1.15% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดลดลง 13.45% จากการลงทุนและการชำระคืนหนี้สิน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อย ขณะที่เงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 26.90% จากการจ่ายชำระค่าหุ้นเพิ่มเติม
หนี้สินรวมลดลง 2.66% จากสิ้นปี 2568 โดยเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินดำเนินงานลดลง เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 20.31% จากการชำระคืนหนี้สิน หนี้สินตามสัญญาเช่า TFRS 16 ลดลงเล็กน้อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.08% จากสิ้นปี 2568 เป็น 407.37 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวก 35.91 ล้านบาท แต่ถูกใช้ไปกับการลงทุนในอุปกรณ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การลงทุนเพิ่มในร่วมค้า และการชำระคืนหนี้สินและเงินปันผล
สรุปท้าย
ONSENS ในไตรมาส 2 ปี 2569 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือการบริหารต้นทุนการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะเผชิญกับปัจจัยกดดันจากฤดูกาลท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนที่แข็งแกร่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะสามารถรักษาไว้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ ขณะที่การลงทุนในโครงการใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวต่อไป