เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
WHA เผยกำไร Q2/69 ต่ำสุดของปี โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมรับการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
ข่าวสาร

WHA เผยกำไร Q2/69 ต่ำสุดของปี โบรกฯ มองเป็นจังหวะสะสมรับการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

WHA P/E 17.17 YIELD 4.32
1 อาทิตย์ 19:17 น. 0 ความเห็น

สรุปภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/69

บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลประกอบการของ WHA ในไตรมาส 2/69 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 659 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 56% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ 18% และต่ำกว่า Bloomberg Consensus ถึง 25% โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่ไม่มีการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT เหมือนช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับยอดโอนที่ดินลดลงและมีสัดส่วนการโอนในโครงการที่มีอัตรากำไรต่ำ ส่งผลให้มาร์จิ้นการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเหลือ 28.6%

วิเคราะห์เจาะลึกปัจจัยบวกและลบ

แม้ธุรกิจนิคมฯ จะชะลอตัว แต่ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ยังคงมีการเติบโตที่ดีจากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจสาธารณูปโภคที่ได้รับอานิสงส์จากการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่ม และการกลับมาดำเนินการตามปกติของโรงไฟฟ้าเก็คโก่-วัน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มในครึ่งปีหลัง (2H69) จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากการโอนที่ดินที่มี Backlog รออยู่กว่า 1.46 พันไร่ มูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท และแผนการขายสินทรัพย์เข้ากอง WHART และ WHAIR มูลค่ารวม 3.7 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/69 ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดของปี

ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ราคาหุ้น WHA ที่ปรับตัวลงกว่า 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สะท้อนปัจจัยลบของผลประกอบการไตรมาส 2/69 ไปบางส่วนแล้ว สำหรับเป้าหมายการขายที่ดินปีนี้ยังคงไว้ที่ 2.5 พันไร่ โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 1.2 พันไร่ (48% ของเป้า) พร้อมมีสัญญาซื้อขายที่ดินรอเซ็นเพิ่มเติมอีก 217 ไร่ จากลูกค้ากลุ่ม Data Centre ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของรายได้จากการโอนที่ดิน และความสำเร็จในการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT ตามแผนที่วางไว้

คำแนะนำและราคาเป้าหมาย

บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2570 ไว้ที่ 6.05 บาท (อิง PER 16 เท่า) ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นยังมี Upside กว้างถึง 24% โดยมองว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว และแนะนำให้ถือเพื่อรอรับการฟื้นตัวของกำไรที่จะทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้
ยังไม่มีความคิดเห็น