เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TERA Q2/2569 กำไรสุทธิพุ่ง 1,770% รับแรงหนุนรายได้ขาย-บริการโต
ข่าวสาร

TERA Q2/2569 กำไรสุทธิพุ่ง 1,770% รับแรงหนุนรายได้ขาย-บริการโต

TERA P/E 12.18 YIELD 4.93
1 อาทิตย์ 19:03 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 18.66% YoY กำไรสุทธิก้าวกระโดด 1,769.76% จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท เทอร์ราไบท์ พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ TERA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 122.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 9.27 ล้านบาท เติบโตถึง 1,769.76% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.48% เป็น 7.58% การเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TERA ในไตรมาส 2/2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรสุทธิ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,769.76% YoY เป็น 9.27 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 0.48% เป็น 7.58% ปัจจัยหลักมาจาก การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย (Project-base) และรายได้จากการให้บริการ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้จากการขาย (Project-base) เพิ่มขึ้น 47.02% YoY เป็น 28.20 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ สามารถปิดการขายและส่งมอบโครงการได้มากกว่าปีก่อน โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าสูง
  • รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 12.55% YoY เป็น 93.48 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้บริการแบบประจำ (Recurring Services) ที่เติบโตจากการที่ลูกค้าภาคเอกชนหันมาใช้บริการในรูปแบบ Cloud Services และ Software Subscription มากขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น จาก 24.54% เป็น 26.45% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของรายได้แบบ Project-base ที่สูงขึ้น และการเริ่มมีกำไรขั้นต้นจากโครงการ T.Cloud Gen3 (จากเดิมที่เคยขาดทุน)
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง จาก 24.15% ใน Q2/2568 เป็น 17.10% ใน Q2/2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับรายได้ และการเลื่อนการจัดงาน Marketing Events ออกไป

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:

  • การเติบโตของรายได้จากการให้บริการแบบประจำ (Recurring Revenue) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 72.92% ของรายได้รวมใน Q2/2569 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการที่ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการ Cloud และ Subscription มากขึ้น
  • โครงการ T.Cloud Gen3 ที่มีรายได้เติบโตต่อเนื่อง และเริ่มมีกำไรขั้นต้น ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มที่มากขึ้นในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม Q2/2569 เท่ากับ 122.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.66% YoY
  • กำไรสุทธิ Q2/2569 เท่ากับ 9.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,769.76% YoY
  • อัตรากำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 7.58% เพิ่มขึ้นจาก 0.48% ใน Q2/2568
  • รายได้จากการขาย (Project-base) เพิ่มขึ้น 47.02% YoY
  • รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 12.55% YoY โดยเฉพาะรายได้บริการแบบประจำ (Recurring Services)
  • อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น จาก 24.54% เป็น 26.45% YoY
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลง จาก 24.15% เป็น 17.10% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

ไตรมาส 2/2569: บริษัทฯ มีรายได้รวม 122.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.66% YoY จาก 103.13 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 47.02% และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 12.55% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,769.76% YoY จาก 0.50 ล้านบาท ในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 0.48% เป็น 7.58%

งวด 6 เดือนแรกปี 2569: บริษัทฯ มีรายได้รวม 245.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.43% YoY จาก 205.52 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 43.25% และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 13.34% กำไรสุทธิอยู่ที่ 14.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,189.74% YoY จากขาดทุนสุทธิ 0.12 ล้านบาท ในปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.76% เพิ่มขึ้นจาก -0.06% ในปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของตลาด Cloud และ Software Subscription: แนวโน้มที่ลูกค้าภาคเอกชนเปลี่ยนจากการลงทุน On-premise มาเป็นการใช้บริการแบบ As a Service จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการให้บริการของบริษัทฯ
  • โครงการ T.Cloud Gen3: เป็นโครงการสำคัญที่ใช้เงิน IPO และมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงเริ่มมีกำไรขั้นต้น ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว
  • การขยายธุรกิจ Public Cloud กับ AWS: การมี Backlog จากลูกค้าภาครัฐรายใหญ่ คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาส 3/2569
  • การลงทุนในบริษัทเป้าหมาย: บริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพ ซึ่งอาจสร้างการเติบโตแบบ Inorganic Growth ในอนาคต

ความเสี่ยง

  • การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี: ธุรกิจไอทีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากบริษัทฯ ปรับตัวไม่ทัน อาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
  • การให้บริการ Software-as-a-Service (SaaS): การที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้บริการในรูปแบบ SaaS อาจกระทบต่อรายได้จากการขาย Hardware On-premise และ Cloud ของบริษัทฯ
  • ความเสี่ยงหนี้สูญและการขาดสภาพคล่อง: แม้บริษัทฯ จะมีมาตรการบริหารจัดการที่ดี แต่การให้เครดิตลูกค้าในสภาพการแข่งขันที่สูง ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การรับรู้รายได้จากโครงการลูกค้าภาครัฐสำหรับ AWS Public Cloud: คาดว่าจะสามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาส 3/2569
  • ความคืบหน้าของโครงการ T.Cloud Gen3: การเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นจากโครงการนี้
  • การลงทุนในบริษัทเป้าหมาย: ความคืบหน้าในการเข้าลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพตามแผนธุรกิจ
  • แนวโน้มการใช้บริการ Cloud และ Software Subscription: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าที่ส่งผลต่อรายได้จากการขาย Hardware On-premise

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)

รายได้จากการให้บริการ (Recurring Revenue): บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Revenue) สูงถึง 72.92% ใน Q2/2569 ซึ่งเป็นจุดแข็งของธุรกิจเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ โดยรายได้ส่วนนี้มาจากบริการ Cloud (T.Cloud และ Public Cloud), Software Subscription, บริการบำรุงรักษา (M/A) และบริการอื่นๆ ที่มีสัญญาต่อเนื่อง

รายได้จากการขาย (Project-base): แม้จะมีความไม่สม่ำเสมอ แต่รายได้จากการขายใน Q2/2569 เติบโตได้ดีถึง 47.02% YoY สะท้อนถึงความสามารถในการปิดการขายโครงการที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะโครงการที่ยังจำเป็นต้องมีการลงทุน Hardware On-premise หรือ Hybrid Cloud

อัตรากำไรขั้นต้น: อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น จาก 24.54% เป็น 26.45% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการที่มีกำไรสูงขึ้น และการเริ่มมีกำไรจาก T.Cloud Gen3 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้จากการให้บริการปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนบริการ Public Cloud และ M/A ที่สูงขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: บริษัทฯ มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดจำนวนพนักงานและการบริหารค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 568.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.09% จากสิ้นปี 2568 โดยส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินรวมอยู่ที่ 300.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.40% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า บริษัทฯ ไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest Bearing Debt) ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 268.13 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากการจ่ายเงินปันผล

กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 18.87 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินเป็นลบรวม -90.75 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 70.88 ล้านบาท

สรุปท้าย

TERA ในไตรมาส 2/2569 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งจากการขายและบริการ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปสู่ SaaS แต่บริษัทฯ มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Revenue) และการลงทุนในโครงการใหม่ๆ รวมถึงการมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น