STI Q3/2569: รายได้-กำไรพุ่ง 87.8% รับแรงหนุนโครงการใหญ่-บริหารต้นทุน
ฝ่ายบริหาร STI ชี้ผลงาน Q3/2569 เติบโตโดดเด่น จากการบริหารต้นทุนและรายได้โครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2569) มีรายได้รวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 16.9 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 87.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STI ในไตรมาส 3/2569 คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 87.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการ บริหารต้นทุนการบริการที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการ รับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 25.8% เป็น 26.1% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 2.6% เป็น 4.7%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การบริหารต้นทุนที่ลดลงเกิดจากการ ควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.1% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 40% จากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง นอกจากนี้ การรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น 2.8% มาจากการดำเนินงานในส่วนของ "งานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง" ที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากการดำเนินงานในโครงการภาครัฐและภาคเอกชนขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารได้ระบุถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2569 ที่เน้นการ "ยกกระดับมาตรฐานการทำงานรุกด้วยโมเดล 881" ซึ่งรวมถึงการผสานความแข็งแกร่งระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด นอกจากนี้ Backlog ของโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงมีอยู่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับรู้รายได้ในอนาคต
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 16.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 26.1% จาก 25.8%
- อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% จาก 2.6%
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.1% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- หนี้สินรวมลดลง 101.1 ล้านบาท สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2569 STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากโครงการภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ ขณะที่ต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น 5.5% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.8% ในปีก่อน สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 16.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 87.8% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.7% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.6% ในปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.1% และการรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มขึ้น
โอกาส
- การเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการทำงานและนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
- การมีโครงการขนาดใหญ่ในมือจำนวนมาก เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
- นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟทางคู่ และการพัฒนาสนามบิน
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น BIM และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยง
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ
- ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก
- ความล่าช้าในการดำเนินโครงการภาครัฐ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล
- ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
- ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนโครงการ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในมือ และการได้มาซึ่งโครงการใหม่ๆ
- การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
- ทิศทางนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
- การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
STI มีรายได้จากการให้บริการรวม 354.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% โดยรายได้หลักมาจากการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 4.5% จากโครงการภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี แม้ต้นทุนการบริการจะเพิ่มขึ้น 5.5% แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงรักษาไว้ได้ที่ 26.1%
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 กลุ่ม STI มีสินทรัพย์รวม 2,001.2 ล้านบาท ลดลง 79.0 ล้านบาท จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่ลดลง และการบริหารจัดการสินทรัพย์หมุนเวียน ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 966.6 ล้านบาท ลดลง 101.1 ล้านบาท จากปีก่อน โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ ที่ลดลงจากการปิดโครงการบางส่วน และการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ D/E Ratio อยู่ที่ 1.0 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.1 เท่า แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นได้ดี
สรุปท้าย
STI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 87.8% จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สิน แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่ด้วยยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่ชัดเจนและการมี Backlog โครงการขนาดใหญ่ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต