เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LRH พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2569 รับอานิสงส์โอนอสังหาฯ โกย 943 ล้านบาท
ข่าวสาร

LRH พลิกขาดทุนเป็นกำไร Q2/2569 รับอานิสงส์โอนอสังหาฯ โกย 943 ล้านบาท

LRH P/E 0.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 17:58 น. 0 ความเห็น

รายได้อสังหาฯ พุ่งดัน LRH กำไรสุทธิ 138 ล้านบาท Q2/2569 ขณะธุรกิจโรงแรมเผชิญปิดปรับปรุง

บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ LRH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 124 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงตามแผน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะสามารถรับรู้ได้ในอนาคตยังคงมีมูลค่าสูง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: บริการ

เลนส์ sector: เน้นรายได้/SSS, จำนวนสาขา/capacity, occupancy หรือ utilization, ต้นทุนแรงงาน, อัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิ, backlog

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ LRH พลิกจากขาดทุนสุทธิ 124 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 มาเป็นกำไรสุทธิ 138 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 943 ล้านบาท ปัจจัยนี้ได้ชดเชยผลกระทบจากการดำเนินงานปิดปรับปรุงตามแผนของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ และอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมปรับตัวลดลงตามปกติในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีสาเหตุหลักมาจากการ รับรู้รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยโครงการที่รับรู้รายได้ในปีนี้ ได้แก่ โครงการ สกายพาร์ค เซเลสต์, โครงการ บันยัน ทรี บีช เรสซิเดนซ์ เอเจอร์, โครงการ บันยัน ทรี บีช เรสซิเดนซ์ นัมมู, โครงการอังสนา โอเชียนวิว เรสซิเดนซ์ และโครงการ ลากูน่า บีช เรสซิเดนซ์ ซีชอร์ ในขณะที่ปีก่อนรับรู้รายได้จากเพียงโครงการ ลากูน่า บีช เรสซิเดนซ์ รีฟ และโครงการอังสนา บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ เท่านั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้สอดคล้องกับแผนการโอนกรรมสิทธิ์และกำหนดการก่อสร้างของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาทจากการรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีก่อน

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยอิงจากข้อมูลที่ระบุว่า ณ วันที่ตามรายงาน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะสามารถรับรู้ได้ในอนาคต รวม 15,655 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึง backlog ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการต่างๆ ส่วนธุรกิจโรงแรม คาดว่าผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล แต่การปิดปรับปรุงตามแผนอาจส่งผลต่อรายได้ในระยะสั้น

Highlight สำคัญ

  • พลิกกำไรสุทธิ: LRH มีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาทใน Q2/2569 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 124 ล้านบาทใน Q2/2568
  • รายได้อสังหาฯ พุ่ง: รายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 943 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักหนุนผลประกอบการ
  • Backlog อสังหาฯ แข็งแกร่ง: มีรายได้รอรับรู้ในอนาคตจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวม 15,655 ล้านบาท
  • ธุรกิจโรงแรมชะลอตัว: รายได้โรงแรมลดลงจากการปิดปรับปรุงตามแผนของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ และอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต
  • ต้นทุนเพิ่มตามรายได้: ต้นทุนกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 LRH มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 932 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 943 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการอสังหาริมทรัพย์หลายโครงการที่เพิ่มขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาทจากการรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัย ในขณะที่รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมปรับตัวลดลงเนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและมีการปิดปรับปรุงโรงแรม

ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 548 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนของกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 408 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 108 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้าเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท จากการพลิกฟื้นกลับมามีกำไรของบีบาเช่ อินเวสท์เมนท์ จ ากัด รายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาทจากดอกเบี้ยรับจากลูกหนี้การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 137 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

โอกาส

  • รายได้รอรับรู้จากอสังหาริมทรัพย์: มูลค่า 15,655 ล้านบาท เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
  • การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม: เมื่อการปิดปรับปรุงแล้วเสร็จ คาดว่าธุรกิจโรงแรมจะกลับมาสร้างรายได้ตามปกติ
  • การรับรู้ค่าสินไหมทดแทน: การรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสนี้

ความเสี่ยง

  • ฤดูกาลท่องเที่ยว: ธุรกิจโรงแรมมีความอ่อนไหวต่อช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ในช่วงนอกฤดูกาล
  • การปิดปรับปรุงโรงแรม: การปิดปรับปรุงโรงแรมตามแผนส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
  • ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์: การรับรู้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์: เพื่อประเมินการรับรู้รายได้ในอนาคต
  • ผลประกอบการธุรกิจโรงแรมหลังการปรับปรุง: ประเมินการฟื้นตัวของรายได้และอัตราการเข้าพัก
  • การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการขาย
  • การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่: การเปิดตัวและยอดขายของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีการรับรู้รายได้จากโครงการที่หลากหลาย
  • รายได้โรงแรม: ได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงตามแผน ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว คาดว่าจะฟื้นตัวเมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ
  • ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์: เพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้ ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติของธุรกิจ
  • ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพื่อสนับสนุนการขายโครงการ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 36,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ลูกหนี้การค้า และต้นทุนในการได้มาซึ่งสัญญากับลูกค้า ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 301 ล้านบาท

หนี้สินรวมอยู่ที่ 17,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า ในขณะที่เงินกู้ยืมระยะสั้นลดลงจากการจ่ายชำระคืน

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 18,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรระหว่างงวด

สภาพคล่องทางการเงินยังคงอยู่ในระดับดี โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 1.4 เท่า และกลุ่มบริษัทเชื่อว่าจะสามารถรักษาสภาพคล่องได้

สรุปท้าย

LRH พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมี backlog รอรับรู้อีกกว่า 15,655 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนสำคัญในระยะยาว แม้ธุรกิจโรงแรมจะได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงตามแผน แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อการปรับปรุงแล้วเสร็จ โดยนักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์และการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นสำคัญ

ยังไม่มีความคิดเห็น