ข่าวสาร
TATG: รักษาอัตรากำไรสุทธิใน Q2/2569 แม้รายได้ชะลอตัว พร้อมรับมือตลาดรถยนต์ EV และการแข่งขัน
3 อาทิตย์ 03:03 น.
0 ความเห็น
TATG: รักษาอัตรากำไรสุทธิใน Q2/2569 แม้รายได้ชะลอตัว พร้อมรับมือตลาดรถยนต์ EV และการแข่งขัน
1. Highlights
- โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและหลากหลาย [สไลด์] TATG มีธุรกิจหลักสองส่วนคือ การออกแบบและผลิตเครื่องมือสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ (Tooling) เช่น แม่พิมพ์ปั๊มขึ้นรูปโลหะหลากหลายประเภท และอุปกรณ์จับยึดเพื่อการตรวจสอบและการประกอบ รวมถึงธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แบบปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Automotive Press Parts) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการรองรับความต้องการที่หลากหลายในอุตสาหกรรมยานยนต์
- การเติบโตและพัฒนาการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง [สไลด์] บริษัทมีการขยายธุรกิจอย่างเป็นลำดับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2536 โดยมีการย้ายโรงงานขนาดใหญ่ในปี 2547 และเปิดบริษัทลูกเพิ่มอีก 3 แห่งในปี 2553 และ 2555 เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชุบเคลือบสี รวมถึงการติดตั้งเครื่องจักรควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อรองรับการผลิตจำนวนมาก การแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2566 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2567 สะท้อนถึงการเติบโตและความพร้อมในการระดมทุนเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ [สไลด์] แม้รายได้จากการขายจะชะลอตัวลง แต่บริษัทสามารถควบคุมโครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ดี ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้
- ความท้าทายจากภาวะตลาดรถยนต์ที่ผันผวน [สไลด์] ปริมาณการผลิตรถยนต์ในครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลง 1.04% โดยเฉพาะการผลิตเพื่อส่งออกที่ลดลง 5.44% ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การแข่งขันด้านราคารถยนต์ EV จากจีน และมาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการ Euro 6 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจาก 1.5 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ลงทุนควรจับตา
- ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล [สไลด์] ในปี 2569 บริษัทได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และได้รับการประเมิน AGM Checklist 100 คะแนนเต็มเป็นปีแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล
2. Hero Story
บริษัทเป็นผู้นำการออกแบบและสร้างแม่พิมพ์โลหะ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย [สไลด์] โดยได้รับการยอมรับจากลูกค้าในระดับสากลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพ [สไลด์] ผู้บริหารเน้นย้ำว่าบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แม้รายได้จากการขายจะชะลอตัวลง [สไลด์] และสามารถบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์และสร้างผลตอบแทนได้ดี [สไลด์] นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญยังแสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำลงของบริษัท [สไลด์] ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้บริษัทพร้อมสำหรับการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต3. Outlook
- วิสัยทัศน์และพันธกิจระยะยาว [สไลด์] บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำการออกแบบและสร้างแม่พิมพ์โลหะ อุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าในระดับสากลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยมีพันธกิจในการยกระดับคุณภาพบุคลากร เทคโนโลยี และฐานการผลิตให้ได้มาตรฐานสากลทัดเทียมกับผู้ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้ลูกค้าทั้งคุณภาพ ต้นทุน และการส่งมอบ
- ปรัชญาและเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ (SQCDE) [สไลด์] บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา "เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน" และมีเป้าหมาย SQCDE ที่ครอบคลุมด้านความปลอดภัย (Safety is Priority), คุณภาพที่เป็นเลิศ (Excellence Quality), ต้นทุนที่เหมาะสม (Reasonable Cost), การส่งมอบตรงเวลา (On-Time Delivery) และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Responsible for Environment and Society)
- เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม [สไลด์] บริษัทตั้งเป้าลดระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 ลง 40% เมื่อเทียบกับสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตาม BAU ภายในปี 2573 และมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2569 ลง 5,540 ตันคาร์บอน (Scope 1+2)
- แผนการชดเชยรายได้จากกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะ [พูด] บริษัทมีกลยุทธ์ในการรับงานเพิ่มจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความเข้มแข็ง เนื่องจากสามารถผลิตเครื่องมือเองได้ [พูด 23:01] นอกจากนี้ยังจะปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สั้นลง ใช้ระบบ Automation ลดจำนวนคนงาน เพื่อเพิ่ม Productivity และลดต้นทุนต่อหน่วย รวมถึงลดของเสียให้ใกล้ศูนย์ และรักษาคุณภาพสินค้าให้เท่าเดิม แต่ลดคุณภาพส่วนที่เกินความจำเป็นในการออกแบบ [พูด 30:46]
- แผนการลงทุนขยายธุรกิจ [สไลด์] บริษัทมีภาระหนี้สินน้อยและ D/E Ratio ต่ำ จึงพร้อมลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างรายได้และกำไรในอนาคตเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม [พูด 28:10] โดยจะพิจารณาจุดคุ้มทุนที่เหมาะสมก่อนการลงทุน
4. ความเสี่ยง
- แนวโน้มการลดลงของการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะ [สไลด์] การผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถกระบะมีแนวโน้มลดลง 30-40% ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อธุรกิจของบริษัทที่พึ่งพิงอุตสาหกรรมยานยนต์ประเภทนี้
- การแข่งขันด้านราคาในตลาดรถยนต์ EV [สไลด์] การแข่งขันด้านราคาในตลาดรถยนต์ EV ที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดการกดดันราคาชิ้นส่วนจากค่ายรถยนต์ ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัท
- มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อม [สไลด์] มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการ Euro 6 อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการผลิตรถยนต์ในประเทศ
- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก [สไลด์] ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม
- การย้ายฐานการผลิตของ Toyota [พูด] ผู้บริหารแสดงความกังวลว่า Toyota อาจย้ายฐานการผลิตบางส่วนหรือทั้งหมดไปอินโดนีเซีย หากรัฐบาลไทยไม่สร้างความเท่าเทียมในการสนับสนุนการลงทุนและการเก็บภาษีระหว่างค่ายรถยนต์ต่างๆ [พูด 32:09] ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทย
5. Q&A Highlights
- คำถาม (22:01): บริษัทมีแนวทางชดเชยรายได้ที่หดตัวจากกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์กระบะอย่างไร ในยามที่ตลาดยังคงซบเซา?
- คำถาม (26:12): สถานการณ์สงครามราคาในตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ส่งผลให้ค่ายรถยนต์กดดันราคาชิ้นส่วน (Price Pressure) ของ TATG มากน้อยแค่ไหน?
- คำถาม (30:09): สำหรับบริษัทลูก (TATP) ในปีที่แล้วมีขาดทุน เนื่องจากสาเหตุอะไร และในปีนี้ผลประกอบการเป็นอย่างไรบ้าง?
- คำถาม (27:56): ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ลดลงเหลือ 0.84 เท่า บริษัทมีแผนนำความแข็งแกร่งนี้ไปใช้ลงทุนขยายธุรกิจ หรือรองรับโอกาสใหม่ๆ อย่างไรบ้าง?
- คำถาม (31:54): ขอถามความเห็นของผู้บริหารในเรื่อง Toyota ที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศอินโดนีเซีย ผู้บริหารมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างในเรื่องนี้?
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น