MGI พลิกขาดทุน Q2/2569 รับรายได้โต 20% แต่ 6 เดือนแรกกำไรวูบ 94%
รายได้รวม Q2 พุ่ง 20% แต่ 6 เดือนแรกหดตัว เหตุปัจจัยลบกดดัน - ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์
บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.61 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 11.77 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมเติบโต 19.76% แตะ 125.31 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพียง 5.46 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 94.12% จาก 92.84 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวม 6 เดือนแรกหดตัว 28.61% เหลือ 299.46 ล้านบาท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MGI ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรได้นั้น มาจากการฟื้นตัวของรายได้รวมในไตรมาสนี้ที่เติบโตถึง 19.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าภาพรวม 6 เดือนแรกจะยังคงหดตัว แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาส 2 นี้ ช่วยลดแรงกดดันต่อผลกำไรโดยรวมได้
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไร คือ การฟื้นตัวของรายได้รวมในไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้น 19.76% ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงอย่างมากในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะรายได้จากการสนับสนุน (Sponsor) งานประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 มาจากการเติบโตของรายได้ในบางกลุ่มธุรกิจ เช่น รายได้จากการจัดประกวดที่เพิ่มขึ้น 100% ในไตรมาส 2 จาก 33.64 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจสื่อและบันเทิงที่เพิ่มขึ้น 110.55% ในไตรมาส 2 จาก 19.35 ล้านบาท โดยเฉพาะการจัดงานคอนเสิร์ต “อิงฟ้ามหาชน 3” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ก็มีส่วนช่วยให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวกได้
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 2 จะฟื้นตัว แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกยังคงแสดงถึงแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง และการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงรายได้จากการสนับสนุนงานประกวดที่ลดลง ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาช่องทางรายได้ใหม่ๆ ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป แต่ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจหลัก และความสำเร็จของกลยุทธ์ใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 19.76% แตะ 125.31 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 104.63 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ Q2/2569 พลิกเป็นบวก 1.61 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 11.77 ล้านบาทใน Q2/2568
- ภาพรวม 6 เดือนแรก กำไรสุทธิวูบ 94.12% เหลือ 5.46 ล้านบาท จาก 92.84 ล้านบาท
- รายได้รวม 6 เดือนแรก หดตัว 28.61% เหลือ 299.46 ล้านบาท จาก 419.45 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้น 6 เดือนแรก ลดลงเหลือ 31.50% จาก 50.22% ในปีก่อนหน้า
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.00 ล้านบาท เป็น 8.12 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก จากการกู้ยืมเพื่อลงทุน
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI มีรายได้รวม 125.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 299.46 ล้านบาท ลดลง 28.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ในส่วนของกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไร 1.61 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 11.77 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 94.12% เหลือเพียง 5.46 ล้านบาท จาก 92.84 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 24.87% ลดลงจาก 37.31% ในปีก่อนหน้า และสำหรับ 6 เดือนแรก อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 31.50% จาก 50.22% ในปีก่อนหน้า
อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ -9.39% จาก 1.54% ในปีก่อนหน้า และสำหรับ 6 เดือนแรก อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 1.82% จาก 22.13% ในปีก่อนหน้า
โอกาส
- การจัดกิจกรรมและงานอีเวนต์อย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง: บริษัทฯ มีแผนเพิ่มการจัดกิจกรรมและงานอีเวนต์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขยายฐานลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของรายได้
- การพัฒนาช่องทางการสร้างรายได้ใหม่: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อพัฒนาช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ๆ
- ธุรกิจเสริมความงาม (The Grand Clinic): มีแนวโน้มการเติบโตตามความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพความงาม
- การใช้ศักยภาพของศิลปินในสังกัด: เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการตลาด สร้างคอนเทนต์ สื่อสารแบรนด์ และนำเสนอสินค้า
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภค: ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและมูลค่าการสั่งซื้อ
- การแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่รุนแรง: ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค
- รายได้จากการสนับสนุน (Sponsor) งานประกวดลดลง: เป็นรายได้ที่มีอัตรากำไรสูง แต่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
- ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้: ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนใน MGI Hall และสัญญาเช่า
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับปรุงธุรกิจ: การทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน พัฒนาช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน
- แนวโน้มรายได้ในกลุ่มธุรกิจ Commerce: โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภค ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดออนไลน์
- การรับรู้รายได้จากธุรกิจสื่อและบันเทิง: โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมและงานอีเวนต์ที่วางแผนไว้ในครึ่งปีหลัง
- การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: และผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรสุทธิ
- การเติบโตของธุรกิจเสริมความงาม (The Grand Clinic): และการขยายฐานลูกค้า
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
MGI Commerce:
- สินค้าอุปโภค: รายได้ลดลง 34.90% ใน Q2/2569 และ 29.86% ใน 6 เดือนแรก สาเหตุหลักมาจากสภาวะการแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่รุนแรงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
- สินค้าบริโภค: รายได้ลดลง 24.69% ใน Q2/2569 และ 36.41% ใน 6 เดือนแรก สาเหตุหลักมาจากสภาวะการแข่งขันในตลาดออนไลน์ที่เข้มข้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
- กลยุทธ์: เน้นพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล, การบริหารจัดการสินค้า, การวางแผนการขาย, การตลาดเชิงโต้ตอบ (Interactive Marketing), Live Commerce และการใช้ศักยภาพศิลปินในสังกัด
สินค้าขายดี 5 อันดับแรก (6 เดือนแรก ปี 2569):
- น้ำพริกปลาสลิด (ทุกรสชาติ) มูลค่า 16.71 ล้านบาท
- NangNgam Sunscreen Serum Lifting & Whitening มูลค่า 7.87 ล้านบาท
- 24K Gold Serum Lifting & Whitening มูลค่า 5.24 ล้านบาท
- น้ำหอม Finverr Eau De Parfum (5 กลิ่น) มูลค่า 2.42 ล้านบาท
- NangNgam Neck Serum Lifting & Whitening มูลค่า 1.65 ล้านบาท
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 953.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.59% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (โดยเฉพาะ MGI Hall) และสินทรัพย์สิทธิการใช้ตามสัญญาเช่า
- หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 462.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234.19 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่า (TFRS 16) จากการลงทุนใน MGI Hall
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 491.38 ล้านบาท ลดลง 52.56 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายปันผล
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน: ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นบวก 25.92 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า (ใช้ไป 178.51 ล้านบาท) เนื่องจากไม่มีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์จำนวนมากเหมือนปีก่อน
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน: ไตรมาส 2 ปี 2569 ได้มา 47.07 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า (ได้มา 85.31 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากการขายเงินลงทุนเพื่อบริหารสภาพคล่อง
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน: ไตรมาส 2 ปี 2569 ใช้ไป 83.02 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า (ได้มา 91.49 ล้านบาท) โดยมีรายการสำคัญคือการจ่ายปันผล 52.50 ล้านบาท และการชำระค่า MGI Hall 25.00 ล้านบาท
สรุปท้าย
MGI พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะจากธุรกิจสื่อและบันเทิง และการจัดประกวด อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 6 เดือนแรกยังคงเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันออนไลน์ ประกอบกับต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการลงทุน ส่งผลให้อัตรากำไรโดยรวมลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาการปรับกลยุทธ์ของฝ่ายจัดการในการสร้างรายได้ใหม่และการบริหารต้นทุน เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป