AUCT กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 77.8% รับรายได้ประมูลวูบ
รายได้จากการประมูลหดตัวต่อเนื่อง กดดันกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ขณะที่ต้นทุนบริการลดลงตามปริมาณรถ
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 9.88 ล้านบาท ลดลง 77.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการประมูลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในขณะที่ต้นทุนบริการปรับลดลงตามปริมาณรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูล
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ AUCT ในไตรมาส 2/2569 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงอย่างต่อเนื่องของรายได้จากการประมูล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 77.8% YoY จาก 44.47 ล้านบาท เหลือ 9.88 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 16.9% เหลือเพียง 5.5%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการประมูลลดลง มาจาก มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ส่งผลให้จำนวนรถยึดที่เข้าสู่ลานประมูลและปริมาณรถที่จบประมูลชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 4/2567 นอกจากนี้ รายได้ค่าขนย้ายและบริการอื่น ๆ ก็ลดลง 50.5% YoY เนื่องจากปีก่อนมีรายได้จากการจัดงานประมูลคลื่นความถี่วิทยุ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับขึ้นค่าดำเนินการสำหรับประเภทรถต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของปริมาณรถได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการในไตรมาส 2/2569 ลดลง 24.3% YoY สอดคล้องกับปริมาณรถที่ลดลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าขนย้ายรถและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงานประมูล รวมถึงค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหารลดลงเล็กน้อย 3.7% YoY ทำให้ผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิยังคงมีนัยสำคัญจากการลดลงของรายได้เป็นหลัก
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม จากเอกสารระบุว่า มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทยอยสิ้นสุดลง ส่งผลให้ปริมาณรถยึดเข้าสู่ธุรกิจประมูลมีการขยับขึ้นเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการสินเชื่อของผู้ให้สินเชื่อที่เน้นการควบคุมความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ภาพรวมปริมาณรถเข้าระบบประมูลยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว บริษัทฯ คาดว่าปริมาณรถที่เข้าสู่ระบบประมูลจะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางคุณภาพสินเชื่อในระบบโดยรวม ดังนั้น การฟื้นตัวของรายได้และกำไรจึงยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 77.8% YoY เหลือ 9.88 ล้านบาท จาก 44.47 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้จากการประมูลลดลง 26.1% YoY เหลือ 150.07 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้รวม
- รายได้ค่าขนย้ายและบริการอื่นลดลง 50.5% YoY เนื่องจากปีก่อนมีรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่
- ต้นทุนบริการลดลง 24.3% YoY สอดคล้องกับปริมาณรถที่ลดลง
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จาก 40.6% เป็น 34.5% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 16.9% เป็น 5.5%
- สินทรัพย์รวมลดลง 3.8% จาก 1,809.75 ล้านบาท เป็น 1,740.50 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
- ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 13.6% จาก 501.71 ล้านบาท เป็น 433.69 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 180.00 ล้านบาท ลดลง 31.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 21.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการประมูลถึง 26.1% YoY และรายได้ค่าขนย้ายและบริการอื่นลดลง 50.5% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 41.6% YoY อยู่ที่ 61.35 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 77.8% YoY อยู่ที่ 9.88 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 408.49 ล้านบาท ลดลง 22.8% YoY และมีกำไรสุทธิ 44.70 ล้านบาท ลดลง 54.9% YoY
โอกาส
- แนวโน้มปริมาณรถเข้าสู่ระบบประมูลจะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ราคาประมูลเฉลี่ยยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน แม้ปริมาณรถจะชะลอตัว
- การปรับขึ้นค่าดำเนินการ สำหรับประเภทรถต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 อาจช่วยหนุนรายได้ต่อหน่วย
ความเสี่ยง
- ความไม่แน่นอนของปริมาณรถยึดเข้าสู่ลานประมูล ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินเชื่อในระบบโดยรวมและการบริหารจัดการความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
- ผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่อาจส่งผลต่อปริมาณรถยึดในระยะยาว
- ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความกังวล แม้ผู้บริโภคเริ่มมีมุมมองเชิงบวก แต่ภาคธุรกิจยังคงกังวล ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ
- หนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ปริมาณรถที่เข้าสู่ระบบประมูลในไตรมาส 3/2569 ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์หรือไม่
- ทิศทางคุณภาพสินเชื่อในระบบโดยรวม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อปริมาณรถยึด
- ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าดำเนินการ ว่าจะสามารถชดเชยปริมาณรถที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด
- การบริหารจัดการต้นทุนบริการ ให้สอดคล้องกับปริมาณรถที่เข้าสู่ระบบ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการประมูล: ลดลง 26.1% YoY เป็น 150.07 ล้านบาท เนื่องจากมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ทำให้ปริมาณรถเข้าประมูลชะลอตัวต่อเนื่อง
- รายได้ค่าขนย้ายและบริการอื่น: ลดลง 50.5% YoY เป็น 27.52 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่วิทยุ
- ต้นทุนบริการ: ลดลง 24.3% YoY เป็น 116.24 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณรถที่ลดลง โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าขนย้ายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับงานประมูล
- อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับลดลงจาก 40.6% ใน Q2/2568 เหลือ 34.5% ใน Q2/2569
- ค่าใช้จ่ายในการให้บริการและบริหาร: ลดลงเล็กน้อย 3.7% YoY เป็น 42.96 ล้านบาท
- ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 9.5% YoY เป็น 8.31 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยหนี้สินตามสัญญาเช่า
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,740.50 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพื่อนำไปจ่ายเงินปันผล
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 1,306.81 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2568
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 433.69 ล้านบาท ลดลง 13.6% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรลดลง
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E): ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.61 เท่า เป็น 3.01 เท่า
- กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: งวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 151.96 ล้านบาท ลดลง 5.1% YoY
- กระแสเงินสดจากการลงทุน: งวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 43.78 ล้านบาท ลดลง 58.0% YoY
- เงินสดปลายงวด: อยู่ที่ 159.95 ล้านบาท ลดลง 21.7% YoY บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่องสูง
สรุปท้าย
AUCT เผชิญแรงกดดันจากรายได้จากการประมูลที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนบริการจะปรับลดลงตามปริมาณรถ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ แม้จะมีแนวโน้มว่าปริมาณรถเข้าสู่ระบบประมูลจะค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ความไม่แน่นอนของคุณภาพสินเชื่อและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป