TKN กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 175% รับอานิสงส์ยอดขายโตแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
รายได้-กำไร TKN Q2/66 โตแรงจากกลยุทธ์ 3GO หนุนการบริโภคสาหร่ายฟื้นตัว
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 1,304.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 195.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 175.4% โดยการเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากกลยุทธ์ 3GO ที่มุ่งเน้นการปรับองค์กรให้กระชับ ขยายฐานธุรกิจ และขยายตลาดต่างประเทศอย่างมีคุณภาพ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKN ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยรายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,304.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่สูงถึง 195.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.4% YoY
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ:
- ตลาดในประเทศ: เติบโต 30.1% YoY จากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะสาหร่ายอบ และการส่งเสริมการตลาดที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้เป็น 64% ในช่วง 6 เดือนแรก แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- ตลาดต่างประเทศ: เติบโต 39.7% YoY โดยเฉพาะประเทศจีนที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 54.1% YoY จากการเปิดประเทศและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา ก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกันจากการตอบรับที่ดีของสินค้าสาหร่ายอบและกลุ่มสาหร่ายเทมปุระ/ย่าง
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ กำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้น 69.7% YoY มาอยู่ที่ 429.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น GPM 33.0% ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ทำให้โรงงานสามารถใช้กำลังการผลิตได้มากขึ้น (73%) เกิด Economy of Scale, การนำเครื่องจักรมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, การบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น การใช้ Solar Roof) และการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่าย และ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ต่อรายได้จากการขายมีการควบคุมที่ดี โดยสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายบางส่วนจะเพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนเงินก็ตาม
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วง Golden Week ของจีนในไตรมาส 4 และการบริโภคสาหร่ายที่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ส่งผลดีต่อตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายเรื่อง การบริหารต้นทุนจากภาวะเงินเฟ้อ ที่อาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่บริษัทฯ มีแผนปรับราคาสินค้าบางรายการหากต้นทุนสูงขึ้น และมุ่งเน้นการบริหารการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาระดับการทำกำไร
Highlight สำคัญ
- รายได้จากการขาย Q2/66: 1,304.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% YoY
- กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ Q2/66: 195.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.4% YoY
- กำไรขั้นต้น Q2/66: 429.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.7% YoY (GPM 33.0% เพิ่มขึ้นจาก 26.4% ใน Q2/65)
- รายได้ 6 เดือนแรกปี 66: 2,547.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% YoY
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66: 361.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.2% YoY
- กลยุทธ์ 3GO: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภาพรวมผลประกอบการ
TKN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้จากการขาย 1,304.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% YoY และ 4.9% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่พุ่งสูงถึง 195.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.4% YoY และ 17.4% QoQ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 2,547.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.3% YoY และกำไรสุทธิ 361.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.2% YoY อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 33.0% เพิ่มขึ้นจาก 26.4% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพ
โอกาส
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: คาดว่าจะส่งผลดีต่อยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายปี
- การเติบโตของตลาดต่างประเทศ: โดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา ที่มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง
- นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: การออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาหร่ายอบ และการใช้ Brand Ambassador ช่วยกระตุ้นการบริโภค
- การขยายช่องทางการขาย: ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: จากบัตรส่งเสริมการลงทุนที่โรงงานโรจนะ
ความเสี่ยง
- ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ: อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
- การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันด้านราคาสินค้าและโปรโมชั่น
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก
- สถานการณ์เศรษฐกิจโลก: อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มยอดขายในประเทศ: โดยเฉพาะการตอบรับของนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- กลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่: ในตลาดต่างประเทศหลัก เช่น จีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา
- การใช้กำลังการผลิต: และการบริหาร Economy of Scale ในโรงงาน
- การปรับขึ้นราคาสินค้า: หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้มีแนวโน้มคงที่ แต่ก็เผชิญความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อที่อาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นในอนาคต
- Volume: ยอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในประเทศ (+30.1% YoY) และต่างประเทศ (+39.7% YoY) โดยเฉพาะจีนที่เติบโตโดดเด่น
- GPM: ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากมาอยู่ที่ 33.0% จาก 26.4% ในปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย, การใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น, และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- ช่องทางขาย: มีการขยายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
- สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร
- อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ตลาดต่างประเทศเติบโตดี โดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา
- ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนที่สรุปผลประกอบการ
สรุปท้าย
TKN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ 3GO ที่ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบจากภาวะเงินเฟ้อ แต่แนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง