เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TCCC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 35% รับรายได้หด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
ข่าวสาร

TCCC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 35% รับรายได้หด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง

TCCC P/E 21.08 YIELD 5.28
4 อาทิตย์ 07:36 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไร Q2/66 หดตัว 35% เหตุดีมานด์ปุ๋ยชะลอ-ทุ่มงบการตลาดหนัก

บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) หรือ TCCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 276 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่

หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TCCC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 35% มาจาก 1) รายได้จากการขายและบริการที่หดตัวลง 20% และ 2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งสูงขึ้น 67%

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • รายได้หดตัว: แม้ระดับราคาพืชผลทางการเกษตรจะจูงใจให้เกษตรกรต้องการเพาะปลูกมากขึ้น แต่การที่ฤดูฝนมาช้ากว่าปกติ และราคาปุ๋ยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อปุ๋ยเพื่อรอสต็อก ส่งผลให้ความต้องการปุ๋ยเคมีโดยรวมลดลงในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ต้นทุนขายและบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 18%
  • ค่าใช้จ่ายพุ่ง: บริษัทฯ ทุ่มงบประมาณในการส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด โดยเน้นการโฆษณาส่งเสริมการขายผ่านทางโทรทัศน์เป็นหลัก ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

ยังไม่ชัด ต้องติดตาม ฝ่ายบริหารระบุว่าจะติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบอย่างใกล้ชิด เช่น ความต้องการปุ๋ยในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดต้นทุนและราคาขายปุ๋ย ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะชะลอตัว แต่ภาคการเกษตรไทยคาดการณ์ว่ายอดขายปุ๋ยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มดีขึ้น จากปัจจัยเอื้ออำนวยต่างๆ อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะไนโตรเจน อาจสูงขึ้นในครึ่งปีหลังเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 35% อยู่ที่ 276 ล้านบาท จาก 423 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้จากการขายและบริการ Q2/66 หดตัว 20% อยู่ที่ 3,568 ล้านบาท จาก 4,443 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการลดลง 20% สอดคล้องกับรายได้ ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นลดลง 18%
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 67% เป็น 202 ล้านบาท จาก 121 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ เน้นการทำโฆษณาส่งเสริมการขายผ่านโทรทัศน์
  • ผลการดำเนินงานสะสม 6 เดือนแรก ปี 2566 รายได้ลดลง 10% และกำไรเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 41%

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 276 ล้านบาท ลดลง 147 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 423 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 20% มาอยู่ที่ 3,568 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 20% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 18% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 67% เป็น 202 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานสะสม 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้ลดลง 10% และกำไรเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 41%

โอกาส

  • คาดการณ์ว่ายอดขายปุ๋ยในช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มดีขึ้น จากราคาสินค้าเกษตรที่เอื้ออำนวย การเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว และนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาล
  • เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตขึ้น 3.9% ในปี 2566 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ยุโรป สหรัฐฯ และการท่องเที่ยว

ความเสี่ยง

  • ความล่าช้าของฤดูฝนและสถานการณ์ราคาปุ๋ยที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ
  • ความผันผวนของปริมาณน้ำฝน ราคาวัตถุดิบ และสภาพอากาศที่ผิดปกติทั่วโลก
  • สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และอาจทำให้ราคาวัตถุดิบบางชนิด เช่น ไนโตรเจน สูงขึ้นในครึ่งปีหลัง
  • อุปสรรคเชิงโครงสร้างของไทย เช่น การเข้าสู่สังคมสูงวัย ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกลดลง และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ย โดยเฉพาะไนโตรเจน
  • ปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศที่ส่งผลต่อภาคการเกษตร
  • การตัดสินใจของลูกค้าในการกลับมาสั่งซื้อปุ๋ยเพื่อสต็อก
  • ผลกระทบจากกิจกรรมทางการตลาดและการใช้จ่ายด้านโฆษณา
  • แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อภาคเกษตรกร

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากแนวโน้มความต้องการปุ๋ยที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อระดับการใช้กำลังการผลิต
  • Order Book: ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าบ่งชี้ถึงแนวโน้ม Order Book ที่อาจไม่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้
  • ราคาวัตถุดิบ: มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิต แต่ก็ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ
  • GPM: กำไรขั้นต้นลดลง 18% สะท้อนแรงกดดันจากราคาขายที่อาจไม่สามารถปรับขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง หรือปริมาณขายที่ลดลง
  • ส่งออก: ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
  • ค่าเงิน: ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
  • สินค้าคงคลัง: สินค้าคงคลังลดลง 38% เนื่องจากบริษัทฯ มีมูลค่าต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงจากการปรับตัวลงของราคาวัตถุดิบในต่างประเทศ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,719 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 17% เป็น 10,300 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของสินค้าคงคลัง 38% ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 44% มาอยู่ที่ 2,178 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,541 ล้านบาท ลดลง 1%

เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินฝากประจา อยู่ที่ 6,509 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย (0%) ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 8%

สรุปท้าย

TCCC เผชิญแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลง 35% ในไตรมาส 2 ปี 2566 อันเป็นผลมาจากรายได้ที่หดตัว 20% จากการชะลอตัวของความต้องการปุ๋ย ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น 67% แม้แนวโน้มภาคเกษตรในครึ่งปีหลังจะดูดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและสภาพอากาศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังทำได้ดีขึ้นจากการลดลงของราคาวัตถุดิบ

ยังไม่มีความคิดเห็น