เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TCMC พลิกกำไร Q2/66 โต 328% รับธุรกิจวัสดุตกแต่งฟื้น-ยานยนต์แกร่ง
ข่าวสาร

TCMC พลิกกำไร Q2/66 โต 328% รับธุรกิจวัสดุตกแต่งฟื้น-ยานยนต์แกร่ง

TCMC P/E -100.00 YIELD 0.00
7 วัน 07:36 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหดเล็กน้อย แต่คุมต้นทุน-บริหารค่าใช้จ่ายได้ดี หนุนกำไรสุทธิพุ่ง

บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 27.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 328% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6.38 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการฟื้นตัวของบางกลุ่มธุรกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลกำไรให้เติบโตโดดเด่น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TCMC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 328% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิว (TCM Surface) และการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) แม้รายได้รวมจะลดลง 10.23% เป็น 2,140.61 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การฟื้นตัวของ TCM Surface: กลุ่มธุรกิจนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น 17.95% เป็น 580.45 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก บริษัทสามารถปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรที่ช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น แม้จะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 16.62 ล้านบาท แต่ก็ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุน 17.67 ล้านบาท
  • การเติบโตของ TCM Automotive: กลุ่มธุรกิจนี้มีรายได้เติบโต 8.79% เป็น 196.57 ล้านบาท จากการคลี่คลายปัญหาขาดแคลนแผงวงจรในอุตสาหกรรมรถยนต์ อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการพัฒนาประสิทธิภาพเครื่องจักรและยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการบันทึกต้นทุนระหว่างกันที่ส่งผลบวกต่ออัตรากำไร ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีกำไรสุทธิสูงถึง 24.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.06%
  • การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย: แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ EBITDA รวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 48.98% เป็น 176.55 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการทำ Lean ในบางกลุ่มธุรกิจ
  • รายการพิเศษ: มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 33.71 ล้านบาท จากการจองซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของกลุ่มธุรกิจ TCM Surface ซึ่งช่วยเสริมผลกำไรในไตรมาสนี้

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน

ฝ่ายจัดการระบุว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการทำกำไร รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตด้านผลกำไรในปี 2566 จะเห็นผลเต็มที่ใน Q4/23 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living) แม้จะมีกำไรสุทธิ 19.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.43% แต่รายได้ยังคงลดลง 20.34% เนื่องจากความต้องการของตลาดที่กลับสู่สภาวะปกติหลังปัญหาการขนส่งคลี่คลาย และยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษที่ยังไม่ดีนัก นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในอนาคต

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิพุ่ง 328%: TCMC มีกำไรสุทธิ 27.30 ล้านบาท ใน Q2/66 เทียบกับ 6.38 ล้านบาทใน Q2/65
  • รายได้รวมลดลง 10.23%: อยู่ที่ 2,140.61 ล้านบาท จาก 2,384.53 ล้านบาทในปีก่อน
  • EBITDA เติบโต 48.98%: อยู่ที่ 176.55 ล้านบาท สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
  • TCM Surface ฟื้นตัว: รายได้เพิ่ม 17.95% และขาดทุนสุทธิลดลง
  • TCM Automotive เติบโตโดดเด่น: รายได้เพิ่ม 8.79% และกำไรสุทธิพุ่ง 130.06%
  • ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น: จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

ภาพรวมผลประกอบการ

กลุ่มบริษัทมีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2566 จำนวน 27.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.92 ล้านบาท หรือ 328.08% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.38 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 10.23% มาอยู่ที่ 2,140.61 ล้านบาท จาก 2,384.53 ล้านบาทในปีก่อน แต่ EBITDA รวมปรับตัวสูงขึ้น 48.98% มาอยู่ที่ 176.55 ล้านบาท

โอกาส

  • การฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม: หนุนรายได้กลุ่มธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิว (TCM Surface)
  • การคลี่คลายปัญหา Supply Chain ในอุตสาหกรรมรถยนต์: ส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive)
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการทำ Lean: คาดว่าจะเห็นผลเต็มที่ใน Q4/23 ช่วยหนุนการเติบโตด้านกำไรในปี 2566
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: เช่น พรมใช้ภายนอกอาคาร แผ่นซับเสียง สำหรับกลุ่ม TCM Surface

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าขนส่งที่ยังสูง: เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living)
  • ภาวะเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษ: ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในกลุ่ม TCM Living
  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินของกลุ่มบริษัท
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ผลการดำเนินงานของกลุ่ม TCM Living: โดยเฉพาะการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตที่จะเห็นผลเต็มที่ใน Q4/23 และการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจอังกฤษ
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง: เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ
  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย: และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
  • การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่: ในกลุ่ม TCM Surface
  • การบริหารจัดการรายการระหว่างกัน: ในกลุ่ม TCM Automotive ที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)

กลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living): รายได้ลดลง 20.34% YoY เป็น 1,363.58 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการของตลาดกลับสู่สภาวะปกติหลังปัญหาการขนส่งคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.12% ในปีก่อน เป็น 20.15% แม้จะมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารสูงขึ้น และมีค่าใช้จ่าย one-time จากการปิดโรงงานใน Q1 แต่กำไรสุทธิยังคงเพิ่มขึ้น 44.43% เป็น 19.25 ล้านบาท EBITDA เพิ่มขึ้น 43.52%

กลุ่มธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิว (TCM Surface): รายได้เติบโต 17.95% YoY เป็น 580.45 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 37.34% จาก 35.22% ในปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากการลงทุนทำการตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่กลุ่มธุรกิจนี้สามารถลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ 5.98% เป็น 16.62 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive): รายได้เติบโต 8.79% YoY เป็น 196.57 ล้านบาท จากการคลี่คลายปัญหาขาดแคลนแผงวงจรในอุตสาหกรรมรถยนต์ อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจาก 19.08% เป็น 29.42% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรายการบันทึกต้นทุนระหว่างกันที่ส่งผลบวกต่อกำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจนี้ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 130.06% เป็น 24.66 ล้านบาท

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,494.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.11% จากสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,825.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.89% และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,669.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.45% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.18:1 สูงขึ้นเล็กน้อยจาก 2.13:1 ณ สิ้นปี 2565 อัตราส่วนสภาพคล่องและสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงสิ้นปี 2565 การหมุนเวียนเงินสดอยู่ในรอบ 30-32 วัน อัตราตอบแทนผู้ถือหุ้นและอัตราตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลงเล็กน้อย YoY เนื่องจากรายได้รวมลดลง

สรุปท้าย

TCMC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 328% แม้รายได้รวมจะหดตัวเล็กน้อย ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ยอดเยี่ยม ประกอบกับการฟื้นตัวของกลุ่มวัสดุตกแต่งพื้นผิว และการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น