TTW กำไร Q2/66 ดิ่ง 23.8% สวนทางรายได้โต เหตุส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมวูบ
รายได้น้ำประปาโต 6.6% หนุนภาพรวม แต่ต้นทุนพุ่ง 16.3% กดดันมาร์จิ้น ขณะส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมหายเกือบหมด ฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 624.9 ล้านบาท ลดลง 23.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 6.8% เป็น 1,525.0 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนขายน้ำประปาและต้นทุนบริการปรับตัวสูงขึ้น
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TTW ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลง 23.8% (194.7 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 624.9 ล้านบาท มาจาก การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งหดตัวถึง 99.8% (215.3 ล้านบาท) แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 6.8% (96.9 ล้านบาท) จากการขายน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมากนั้น เกิดจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของบริษัทในเครือของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของ TTW ในส่วนนี้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายน้ำประปาและต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น 16.3% (79.6 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และราคาสารเคมีที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนผลิตส่งจ่ายน้ำประปาและต้นทุนบริการอื่นเพิ่มขึ้น 30.6% (66.0 ล้านบาท) ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากการลดลงของผลประกอบการของบริษัทร่วม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม CKP การจะทราบว่าปัจจัยนี้จะต่อเนื่องหรือไม่ จำเป็นต้องติดตามผลประกอบการของ CKP และบริษัทในเครือต่อไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของต้นทุนค่าไฟฟ้าและสารเคมีอาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากราคาพลังงานและวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 23.8% YoY อยู่ที่ 624.9 ล้านบาท จาก 819.6 ล้านบาท
- รายได้รวมเติบโต 6.8% YoY แตะ 1,525.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายน้ำประปา
- ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 99.8% YoY เหลือเพียง 0.5 ล้านบาท จาก 215.8 ล้านบาท
- ต้นทุนขายน้ำประปาและต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 16.3% YoY เป็น 568.6 ล้านบาท จาก 489.0 ล้านบาท
- หนี้สินรวมลดลง 19.3% จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ภาพรวมผลประกอบการ
TTW และบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 624.9 ล้านบาท ลดลง 194.7 ล้านบาท หรือ 23.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 819.6 ล้านบาท การลดลงดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมาก ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 96.9 ล้านบาท หรือ 6.8% เป็น 1,525.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำประปา อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายน้ำประปาและต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น 79.6 ล้านบาท หรือ 16.3% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
โอกาส
- การเติบโตของรายได้จากการขายน้ำประปา: รายได้จากการขายน้ำประปาเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 1,488.3 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายน้ำประปาให้ กปภ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และรายได้จากการขายน้ำประปากับภาคเอกชนที่ทรงตัว
- การบริหารจัดการต้นทุน: แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและบริการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: การพึ่งพาส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่มีความผันผวนสูง เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
- ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น: การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และราคาสารเคมีส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตน้ำประปา
- ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและอัตราค่าบริการ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐหรือการเจรจาต่อรองอัตราค่าบริการอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ผลประกอบการของบริษัทในเครือของ CKP และแนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาสถัดไป
- ทิศทางราคาพลังงานและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา และผลกระทบต่อต้นทุน
- ปริมาณการขายน้ำประปาให้ กปภ. และภาคเอกชน
- การบริหารจัดการกระแสเงินสดและการชำระคืนหนี้สิน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ TTW ไม่ได้มีลักษณะธุรกิจเทคโนโลยีที่เน้น recurring revenue หรือ subscription model โดยตรง แต่การดำเนินงานอาศัยเทคโนโลยีในการผลิตและส่งจ่ายน้ำประปา การเปลี่ยนแปลงผลประกอบการจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักดังนี้:
- ปริมาณการขายน้ำประปา: มีการเติบโตเล็กน้อยในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะการขายให้ กปภ. ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก
- อัตราค่าบริการ: แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยตรง แต่รายได้จากการขายน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนการผลิต: เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน (Ft) และสารเคมี
- การลงทุนในสินทรัพย์: บริษัทมีการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและมีการจำหน่ายสินทรัพย์เพื่อชำระคืนหนี้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 TTW มีสินทรัพย์รวม 20,145.2 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุจากการจำหน่ายสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อชำระคืนหุ้นกู้ หนี้สินรวมลดลง 19.3% เป็น 5,442.0 ล้านบาท จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 0.3% เป็น 14,703.2 ล้านบาท
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,931.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 611.4 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,540.4 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ การจ่ายคืนเงินกู้ยืม และการจ่ายเงินปันผล ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดอยู่ที่ 64.2 ล้านบาท
สรุปท้าย
TTW เผชิญแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 แม้รายได้จากการขายน้ำประปาจะเติบโต แต่การลดลงอย่างรุนแรงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดผลประกอบการ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทร่วม และทิศทางต้นทุนพลังงานและสารเคมี รวมถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดของบริษัทอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป