TEAMG กำไร Q2/2566 พุ่ง 346.8% รับอานิสงส์รายได้โต-บริหารต้นทุนดี
รายได้รวมโต 9.6% YoY หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ขณะที่ต้นทุนการให้บริการลดลงจากการบริหารค่าใช้จ่าย
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 382.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 25.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 346.8% จาก 5.65 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เติบโตและการบริหารต้นทุนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TEAMG ในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การเติบโตของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะงานโครงการภาคเอกชนและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายและให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะงานโครงการภาคเอกชนและต่างประเทศ ซึ่งเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการ บริหารต้นทุนขายและให้บริการที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.6% YoY เป็น 382.94 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 346.8% YoY เป็น 25.26 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้เติบโต:
- งานโครงการภาคเอกชน (P): เพิ่มขึ้น 5.6% YoY เป็น 126.68 ล้านบาท จากการดำเนินงานตามแผนปกติ โดยครึ่งหนึ่งเป็นงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม โรงงาน และอาคารต่างๆ
- งานโครงการต่างประเทศ (I): เพิ่มขึ้นถึง 64.5% YoY เป็น 52.28 ล้านบาท จากการดำเนินงานออกแบบรายละเอียดให้กับโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศลาว
- งานธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (R): แม้จะลดลง QoQ แต่เติบโต 71.3% YoY เป็น 22.04 ล้านบาท จากโครงการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนที่รับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565
- ต้นทุนขายและให้บริการลดลง: ต้นทุนขายและให้บริการลดลง 6.9% QoQ และเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% YoY แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น YoY ทำให้ อัตราส่วนต้นทุนขายและให้บริการต่อรายได้ลดลงจาก 75.3% ใน Q2/2565 มาอยู่ที่ 69.4% ใน Q2/2566 ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการควบคุมค่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกและค่า sub-contract ที่สามารถใช้บุคลากรภายในได้
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก
- ปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง: การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดน่าจะยังคงเป็นนโยบายหลักของบริษัท ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดีได้
- ปัจจัยที่ต้องจับตา: รายได้จากงานโครงการภาครัฐ (G) ลดลง 2.2% YoY เนื่องจากความล่าช้าของงบประมาณลงทุนภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการรับงานใหม่ๆ ในอนาคต หากภาครัฐยังคงมีความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 346.8% YoY แตะ 25.26 ล้านบาท จาก 5.65 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 9.6% YoY สู่ 382.94 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากงานโครงการภาคเอกชนและต่างประเทศ
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นสู่ 30.6% จาก 24.7% ใน Q2/2565 จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.5% YoY เป็น 87.41 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2566 เพิ่มขึ้น 2.8% เป็น 2,395.36 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น
- หนี้สินรวมลดลง 1.5% เป็น 1,281.64 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.2% เป็น 1,113.72 ล้านบาท
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TEAMG มีรายได้รวม 382.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 8.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีกำไรสุทธิ 25.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 346.8% YoY แต่ลดลง 38.8% QoQ อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.6%
โอกาส
- การเติบโตของงานโครงการภาคเอกชน: การรับรู้รายได้จากงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม โรงงาน และอาคารต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
- การขยายตัวของงานโครงการต่างประเทศ: การเติบโตของรายได้จากงานออกแบบรายละเอียดในประเทศลาว แสดงถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในต่างแดน
- การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาและ sub-contract ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นโอกาสในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
ความเสี่ยง
- ความล่าช้าของงบประมาณลงทุนภาครัฐ: ส่งผลกระทบต่อการรับงานโครงการภาครัฐ ซึ่งเป็นรายได้ส่วนสำคัญของบริษัท
- ความผันผวนของรายได้โครงการ: รายได้จากงานธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีความผันผวนจากการรับรู้รายได้ของโครงการลงทุน
- การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร: แม้จะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนของภาครัฐ และผลกระทบต่อการรับงานโครงการใหม่
- การเติบโตของรายได้จากงานโครงการภาคเอกชนและต่างประเทศในไตรมาสถัดไป
- ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
- การรับรู้รายได้จากโครงการลงทุนใหม่ๆ ในกลุ่มงานธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- รายได้จากการให้บริการ: โครงสร้างรายได้ยังคงพึ่งพางานโครงการภาครัฐ (G) เป็นหลัก (51.53% ของรายได้จากการให้บริการ) แต่มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย YoY ขณะที่งานโครงการภาคเอกชน (P) และต่างประเทศ (I) มีการเติบโตที่ดี YoY สะท้อนถึงการกระจายความเสี่ยงและการขยายโอกาสทางธุรกิจ
- ต้นทุนขายและให้บริการ: การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนต่อรายได้ลดลง ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- Backlog: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากงานโครงการภาคเอกชนและต่างประเทศบ่งชี้ถึงการมีงานในมือที่เพียงพอต่อการรับรู้รายได้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: เพิ่มขึ้น 2.8% เป็น 2,395.36 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่ยังไม่ได้เรียกชำระเพิ่มขึ้น
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: ลดลง 27.8% เป็น 326.36 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลงทุนในตราสารทุนและการลงทุนในเงินฝากประจำ
- หนี้สินรวม: ลดลง 1.5% เป็น 1,281.64 ล้านบาท
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: ลดลงมาอยู่ที่ 1.15 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
- อัตราส่วนทุนหมุนเวียน: อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 1.84 เท่า
สรุปท้าย
TEAMG ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 346.8% YoY จากการที่รายได้รวมเติบโต 9.6% YoY ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายและให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ แต่การเติบโตของงานภาคเอกชนและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป โดยฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง