SKR กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 32% รับรายได้รักษาพยาบาลโต
รายได้จากการรักษาพยาบาลเติบโต 4.86% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 32.43% ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี
บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,414.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาพยาบาลกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อนและการผ่าตัด รวมถึงการเข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพภาครัฐ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 32.43% มาอยู่ที่ 227.41 ล้านบาท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SKR ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
รายได้จากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 4.86% หรือ 64.76 ล้านบาท มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรักษาผู้ป่วยโรคยากที่มีความซับซ้อนโดยการผ่าตัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูง และการดำเนินการโครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุกในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณผู้ใช้บริการในส่วนของการตรวจสุขภาพ
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนในการดำเนินงานรวม (รวมค่าเสื่อม) กลับลดลงเล็กน้อย 0.17% หรือ 1.93 ล้านบาท แม้ว่าต้นทุนการรักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 1.59% ตามการรักษาโรคที่ซับซ้อน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลงจาก 66.09% ในปีก่อน เหลือ 64.04% ในไตรมาสนี้ การเติบโตของรายได้ที่มาพร้อมกับการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นนี้ ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 2.05% มาอยู่ที่ 35.96% และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3.38% มาอยู่ที่ 16.21%
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายศักยภาพการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิครินทร์ จาก 258 เตียง เป็น 354 เตียง ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาต นอกจากนี้ การเปิดตัว "สถาบันโรคทางเดินอาหารและตับ" และการยกระดับ 5 ศูนย์การแพทย์ชั้นนำที่โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดและรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีความซับซ้อน ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้สูง การดำเนินโครงการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการเข้าร่วมโครงการภาครัฐก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิโตแรง: กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 227.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.43% YoY
- รายได้รวมเติบโต: รายได้จากการดำเนินงานรวม 1,414.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.85% YoY
- รายได้รักษาพยาบาลหนุน: รายได้จากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 4.86% YoY จากการรักษาโรคซับซ้อนและการตรวจสุขภาพเชิงรุก
- บริหารต้นทุนดี: ต้นทุนดำเนินงานรวมลดลง 0.17% YoY แม้ต้นทุนรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น
- อัตรากำไรดีขึ้น: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 35.96% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มเป็น 16.21%
- ขยายศักยภาพ: โรงพยาบาลศิครินทร์เพิ่มจำนวนเตียงที่เปิดใช้งานจริงเป็น 354 เตียง (จากเดิม 258 เตียง)
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,414.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาล 4.86% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนโดยการผ่าตัด และการดำเนินโครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุก ขณะที่ต้นทุนในการดำเนินงานรวม (รวมค่าเสื่อม) ลดลง 0.17% แม้ต้นทุนการรักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้น 1.59% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 11.22% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 35.96% นอกจากนี้ EBITDA เพิ่มขึ้น 17.00% และกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น 32.48% มาอยู่ที่ 227.41 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 16.21%
โอกาส
- การขยายศักยภาพโรงพยาบาล: การเพิ่มจำนวนเตียงที่เปิดใช้งานจริงเป็น 354 เตียง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย
- การพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง: การเปิดตัวสถาบันโรคทางเดินอาหารและตับ และการยกระดับศูนย์การแพทย์ 5 แห่งที่โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ จะช่วยดึงดูดผู้ป่วยเฉพาะทางและเพิ่มรายได้
- โครงการเชิงรุก: การดำเนินโครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุกและการเข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพภาครัฐ จะช่วยเพิ่มปริมาณผู้ใช้บริการและสร้างรายได้ต่อเนื่อง
- การเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน: แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคยากที่มีความซับซ้อนโดยการผ่าตัด เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการรักษาพยาบาล
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ: การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันสุขภาพหรือการให้บริการทางการแพทย์ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
- ต้นทุนการดำเนินงาน: ความผันผวนของต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
- การบริหารจัดการเตียง: การบริหารจัดการเตียงให้มีอัตราการครองเตียงที่เหมาะสมภายหลังการขยายศักยภาพเป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าการขอใบอนุญาตเตียงใหม่: การได้รับใบอนุญาตจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วย
- ผลประกอบการของศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่เปิดใหม่: ประสิทธิภาพในการดึงดูดผู้ป่วยและสร้างรายได้ของสถาบันฯ และศูนย์การแพทย์ใหม่
- อัตราการครองเตียง (Bed Occupancy Rate): การเพิ่มขึ้นของจำนวนเตียงต้องมาพร้อมกับการบริหารจัดการให้มีอัตราการครองเตียงที่สูงเพื่อประสิทธิภาพ
- การดำเนินโครงการเชิงรุก: ความสำเร็จและผลตอบรับจากโครงการดูแลสุขภาพเชิงรุกและการเข้าร่วมโครงการภาครัฐ
- แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ: แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการรักษาพยาบาล: เติบโต 4.86% เป็น 1,397.40 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนโดยการผ่าตัด และโครงการตรวจสุขภาพเชิงรุก
- ต้นทุนการรักษาพยาบาล: เพิ่มขึ้น 1.59% เป็น 894.84 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการรักษาที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการใช้อุปกรณ์ได้ดีขึ้น ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้น 2.05% มาอยู่ที่ 35.96% สะท้อนการเติบโตของรายได้ที่มีมาร์จิ้นสูงและการควบคุมต้นทุน
- การขยาย Capacity: โรงพยาบาลศิครินทร์เพิ่มจำนวนเตียงที่เปิดใช้งานจริงจาก 258 เป็น 354 เตียง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้ป่วยในอนาคต
- การพัฒนาบริการ: การเปิดสถาบันโรคทางเดินอาหารและตับ และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ เป็นการยกระดับบริการเพื่อดึงดูดผู้ป่วยเฉพาะทาง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 8,876.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.66% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 8.96% ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.91% หนี้สินรวมลดลง 11.49% มาอยู่ที่ 1,699.24 ล้านบาท ทั้งหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.04% มาอยู่ที่ 7,177.13 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt to Equity) ลดลงจาก 0.28 ในปี 2565 มาอยู่ที่ 0.24 ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.09 เท่า
สรุปท้าย
SKR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 32.43% เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มโรคซับซ้อนและการขยายบริการเชิงรุก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การขยายศักยภาพการรองรับผู้ป่วยและการพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทางเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุน แต่การบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและการลงทุนเพื่ออนาคตทำให้ SKR ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มบริการสุขภาพ