เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SELIC กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 115% รับธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพโตแรง
ข่าวสาร

SELIC กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 115% รับธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพโตแรง

SELIC P/E 10.40 YIELD 1.23
2 วัน 04:21 น. 0 ความเห็น

ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพดันกำไร SELIC ก้าวกระโดด ขณะที่ธุรกิจหลักเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC รายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 115.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดส่งออกในกลุ่มธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ได้เป็นอย่างดี

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SELIC ในไตรมาส 2/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 115.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.8% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 43.1%

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพมาจาก การเพิ่มอัตราการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายเข้าสู่ตลาด ประกอบกับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้ความต้องการในตลาดในประเทศอยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพยังมี อัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง ซึ่งช่วยหนุนให้กำไรขั้นต้นรวมของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ในขณะเดียวกัน ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว ยังคงเผชิญกับการชะลอตัวของอุปสงค์จากตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ และการดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของหลายประเทศ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสัดส่วนของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพจะยังคงปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 3/2566 จากการเพิ่มกำลังการผลิตและจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต และการมุ่งขยายไปยังตลาดต่างประเทศที่เศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในประเทศยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2566

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 115.1% YoY แตะ 21.66 ล้านบาท
  • รายได้รวม Q2/66 เติบโต 16.8% YoY อยู่ที่ 456.18 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 43.1% YoY อยู่ที่ 123.97 ล้านบาท และ GPM ขยับเป็น 27.2%
  • ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพเป็นดาวเด่น สร้างการเติบโตรายได้และกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์เผชิญแรงกดดัน จากการชะลอตัวของตลาดส่งออก
  • สัดส่วนการขายในประเทศเพิ่มขึ้น เป็น 71% ของรายได้รวม

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 SELIC มีรายได้รวม 456.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ เนื่องจากการเพิ่มอัตราการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายเข้าสู่ตลาดของบริษัท ดีวีเค เฮลท์แคร์ จำกัด

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 123.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.0% จากไตรมาสก่อน และ 43.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 27.2% ซึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง

EBITDA อยู่ที่ 57.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9% จากไตรมาสก่อน และ 83.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

กำไรสุทธิอยู่ที่ 21.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.4% จากไตรมาสก่อน และ 115.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลประกอบการในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 910.89 ล้านบาท เติบโต 16.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยจากการรวมผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ กำไรขั้นต้น 226.43 ล้านบาท เติบโต 34.7% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.0% EBITDA 100.48 ล้านบาท เติบโต 54.7% และกำไรสุทธิ 31.40 ล้านบาท เติบโต 44.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ: การเพิ่มอัตราการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายเข้าสู่ตลาด รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศ จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
  • การขยายตลาดในประเทศ: อุปสงค์ของตลาดในประเทศยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีแนวโน้มที่จะมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น
  • การขยายตลาดต่างประเทศในกลุ่มที่เศรษฐกิจยังดี: บริษัทมีแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ เพื่อลดผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดส่งออกโดยรวม
  • การลงทุนเพื่อการเติบโต: บริษัทมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนด้วยการร่วมทุน หรือการซื้อกิจการ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเน้นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจหลัก หรือธุรกิจด้านการแพทย์/เทคโนโลยี
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก: การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อตลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในตลาดต่างประเทศ: การชะลอตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศส่งผลกระทบต่อธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์อย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อไปในครึ่งปีหลังของปี 2566
  • ความผันผวนของปัจจัยภายนอก: ความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลกำไร
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค: การคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์โดยรวม

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ: การเพิ่มกำลังการผลิตและขยายตลาดของบริษัท ดีวีเค เฮลท์แคร์ จำกัด จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะต่อไป
  • การฟื้นตัวของตลาดส่งออก: สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญ จะส่งผลดีต่อธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์
  • การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Supply Chain และการควบคุมความเสี่ยงด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน
  • ความคืบหน้าในการขยายตลาดต่างประเทศ: การเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ที่เศรษฐกิจยังคงเติบโต
  • การลงทุนในโครงการใหม่: การพิจารณาและดำเนินการตามแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม: มียอดขาย 133.83 ล้านบาท ลดลง 16.2% QoQ และ 23.8% YoY ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดต่างประเทศและกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศที่ผลิตเพื่อส่งออก โดยผลิตภัณฑ์ Solvent, Hot Melt และ Water Based มียอดขายลดลงทุกประเภท แม้ว่าตลาดในประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์ Solvent จะยังเติบโตเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 23.6% แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 4.14 ล้านบาท

ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว: มียอดขาย 195.19 ล้านบาท ลดลง 13.4% QoQ และ 7.3% YoY ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดต่างประเทศ แต่ตลาดในประเทศยังคงเติบโต ผลิตภัณฑ์กระดาษมียอดขายลดลง 17.6% QoQ และ 14.9% YoY ขณะที่ผลิตภัณฑ์ฟิล์มเติบโต 10.3% YoY แม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง แต่สัดส่วนการขายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 68%

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,867.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือของธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพ และเงินมัดจำในเครื่องจักรใหม่ของธุรกิจสติ๊กเกอร์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,612.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ขณะที่เงินกู้ยืมลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,255.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2565

สรุปท้าย

SELIC ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภำพกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างแข็งแกร่ง ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง สามารถชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจกาวอุตสาหกรรมและสติ๊กเกอร์ที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แม้ว่าความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ แต่การมุ่งเน้นการขยายตลาดในประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการมองหาโอกาสการลงทุนเชิงกลยุทธ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น