เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SHREIT ขาดทุนสุทธิ Q2/66 พุ่ง 1,320 ลบ. หลังรับรู้ขาดทุนขายสินทรัพย์ แต่กำไรจากการดำเนินงานฟื้นตัว
ข่าวสาร

SHREIT ขาดทุนสุทธิ Q2/66 พุ่ง 1,320 ลบ. หลังรับรู้ขาดทุนขายสินทรัพย์ แต่กำไรจากการดำเนินงานฟื้นตัว

SHREIT P/E 0.00 YIELD 0.00
เดือนที่แล้ว 04:21 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโตกว่า 124% รับผลบวกจากการขายสินทรัพย์และการดำเนินงานโรงแรมในเวียดนามฟื้นตัว

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) รายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 ที่ 1,320.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ จะพบว่ากองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 27.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักของผลประกอบการ SHREIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ รายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,347.55 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ (ตัดรายการพิเศษ) กองทรัสต์มี กำไรจากการลงทุนสุทธิ 27.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 182.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 33.01 ล้านบาท ซึ่งการฟื้นตัวนี้มาจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

สาเหตุหลักของผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น มาจากการที่กองทรัสต์ได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (one-time transaction) ที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้

สำหรับกำไรจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัว มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก:

  • รายได้รวมเพิ่มขึ้น 124.23% เป็น 159.62 ล้านบาท โดยมีส่วนสำคัญมาจาก:
    • รายได้จากการให้เช่า: แม้จะลดลง 12.21 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้ค่าเช่าเพียง 2 เดือน 8 วัน หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 แต่ก็ยังคงมีรายได้จากการให้เช่าอยู่
    • รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก 430.96% เป็น 124.10 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก รายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 86.48 ล้านบาท และ รายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวจากสถานการณ์ COVID-19
  • ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 26.93% เป็น 132.27 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก:
    • ค่าธรรมเนียมผู้จัดการกองทรัสต์เพิ่มขึ้น ตามสัญญาที่ปรับเปลี่ยนหลังครบ 5 ปีแรก
    • ค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้น 30.82% ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการที่กองทรัสต์รับรู้รายจ่ายจากการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามโดยตรงเป็นการชั่วคราว
    • ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 39.45 ล้านบาท จากการแปลงค่าสกุลเงินและการจำหน่ายเงินลงทุน
    • ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.41% เนื่องจากมีการจ่ายชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยหลังการจำหน่ายเงินลงทุน

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว สำหรับรายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน เนื่องจากเป็นการขายสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

สำหรับ การฟื้นตัวของกำไรจากการดำเนินงาน มีแนวโน้ม ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม เนื่องจากปัจจัยบวกหลักมาจากรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิ ซึ่งอาจเป็นรายการที่ไม่ต่อเนื่อง และการรับรู้รายได้จากการดำเนินงานโรงแรมในเวียดนามโดยตรงเป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องรอดูการบริหารจัดการในระยะยาว รวมถึงการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าหลังการปรับโครงสร้างสินทรัพย์

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิ 1,320.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,898.92% YoY สาเหตุหลักจากขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 1,347.55 ล้านบาท
  • กำไรจากการดำเนินงาน (ตัดรายการพิเศษ) 27.35 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 33.01 ล้านบาทใน Q2/65 หรือเพิ่มขึ้น 182.85%
  • รายได้รวม 159.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.23% YoY จากรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิและรายได้โรงแรมในเวียดนามที่ฟื้นตัว
  • ค่าใช้จ่ายรวม 132.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.93% YoY จากค่าธรรมเนียมผู้จัดการกองทรัสต์ที่ปรับขึ้นและค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.41% หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนและชำระคืนเงินกู้

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 SHREIT รายงานผลขาดทุนสุทธิจากการลงทุนรวม 1,320.19 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 33.01 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นคือรายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์จำนวน 1,347.55 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานจากการดำเนินงานปกติ โดยตัดรายการขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนออกไป จะพบว่ากองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 27.35 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกจากผลขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 124.23% เป็น 159.62 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 26.93% เป็น 132.27 ล้านบาท

โอกาส

  • การฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานโรงแรมในเวียดนาม: การปรับตัวดีขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานโรงแรมในเวียดนามเพิ่มขึ้น
  • รายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิ: การได้รับเงินสนับสนุนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 86.48 ล้านบาท ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้

ความเสี่ยง

  • ความไม่แน่นอนของรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิ: รายได้ส่วนนี้อาจเป็นรายการที่ไม่ต่อเนื่องในอนาคต
  • ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น: การที่กองทรัสต์ต้องรับรู้รายจ่ายจากการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามโดยตรงเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
  • ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: การแปลงค่าสกุลเงินและการจำหน่ายเงินลงทุนส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามหลังการฟื้นตัวจาก COVID-19
  • ความต่อเนื่องของรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิ
  • การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนาม
  • แผนการบริหารจัดการสินทรัพย์หลังการจำหน่ายเงินลงทุนในไตรมาสนี้
  • ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ SHREIT แม้จะรายงานผลขาดทุนสุทธิรวมที่สูงจากการจำหน่ายสินทรัพย์ แต่หากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ พบว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่น่าสนใจ โดยรายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 124.23% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิและการฟื้นตัวของรายได้โรงแรมในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการที่กองทรัสต์ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโรงแรมในเวียดนามโดยตรงเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกสัญญากับผู้เช่าหลักในปี 2563 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่ออัตรากำไรจากการดำเนินงานที่อาจถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการ จ่ายชำระเงินกู้รวมทั้งดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 หลังจากการจำหน่ายเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบ่งชี้ว่าการจำหน่ายสินทรัพย์ดังกล่าวช่วยลดภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์ได้

สรุปท้าย

SHREIT ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิจำนวนมากจากการจำหน่ายเงินลงทุนในสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาคือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้เงินสนับสนุนกำไรสุทธิและรายได้โรงแรมในเวียดนามที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของรายได้บางส่วน แต่การลดลงของต้นทุนทางการเงินหลังการจำหน่ายสินทรัพย์เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการดำเนินงานของโรงแรมในเวียดนามและแผนการบริหารจัดการสินทรัพย์ของกองทรัสต์ในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น