SAK กำไร Q2/2566 โต 8.9% รับรายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจใหม่หนุน
รายได้รวมโต 19.2% จากการขยายสาขาต่อเนื่องและธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป
บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่ 19.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจตามเป้าหมายและการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SAK ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตของ รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 19.2% ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 16.4% ประกอบกับ รายได้จากการขายและการให้บริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 291.6% และ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมฯ ที่เพิ่มขึ้น 100% แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 25.4% แต่การเติบโตของรายได้สามารถชดเชยได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ 14.7 ล้านบาท หรือ 8.9%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเป็นผลโดยตรงจากการขยายธุรกิจตามเป้าหมายของบริษัทฯ โดยมีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในปี 2565 ที่เปิดเพิ่ม 209 สาขา และไตรมาส 1 ปี 2566 อีก 100 สาขา ส่งผลให้ฐานลูกค้าและลูกหนี้เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการขายและการให้บริการที่พุ่งสูงขึ้นมาจากธุรกิจใหม่ที่บริษัทฯ เข้าไปมีส่วนร่วม ได้แก่ การขายโดรนและบริการฉีดพ่น รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฯ ที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งผลิตภัณฑ์โซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมรายได้หลัก
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 25.4% เป็นผลมาจากการขยายสาขาที่ทำให้มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น รวมถึงผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงิน
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการยังคงมีแผนขยายธุรกิจและเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและปริมาณสินเชื่อในอนาคต นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจใหม่ เช่น โดรน และโซลาร์รูฟท็อป ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อ NIM ในอนาคตอย่างไร
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 8.9% แตะ 180.8 ล้านบาท จาก 166.0 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมพุ่ง 19.2% แตะ 675.3 ล้านบาท จาก 566.6 ล้านบาท หนุนโดยรายได้ดอกเบี้ยและธุรกิจใหม่
- รายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม 16.4% จากการขยายฐานสินเชื่อตามเป้าหมาย
- รายได้จากการขายและบริการโตแรง 291.6% จากธุรกิจโดรนและโซลาร์รูฟท็อป
- ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่ม 25.4% จากค่าใช้จ่ายพนักงาน ผลขาดทุนด้อยค่า และต้นทุนทางการเงิน
- หนี้สินรวมเพิ่ม 12.7% เพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
ภาพรวมผลประกอบการ
SAK รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 ที่ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 675.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.2% จาก 566.6 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 449.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 8.5%
โอกาส
- การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง: การเปิดสาขาใหม่ทั้งในปี 2565 และไตรมาส 1 ปี 2566 จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและปริมาณสินเชื่อในอนาคต
- การเติบโตของธุรกิจใหม่: รายได้จากการขายโดรน บริการฉีดพ่น และการจำหน่ายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายและมีศักยภาพ
- การเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ: การขยายพอร์ตสินเชื่อจะช่วยเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว
ความเสี่ยง
- ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 87.3%
- ผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น: การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อส่งผลให้ผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิตเพิ่มขึ้น 22.0%
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.16 เท่า เป็น 1.29 เท่า สะท้อนการพึ่งพาเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
- การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิต
- การเติบโตและผลกำไรจากธุรกิจใหม่ (โดรน, โซลาร์รูฟท็อป)
- แผนการขยายสาขาและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร
- การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
- รายได้ดอกเบี้ย (Interest Income): เพิ่มขึ้น 16.4% หรือ 91.7 ล้านบาท เป็น 651.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
- รายได้จากการขายและการให้บริกา (Revenue from Sales and Services): เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 291.6% หรือ 8.4 ล้านบาท เป็น 11.2 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการเริ่มต้นของธุรกิจใหม่
- ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมฯ (Share of Profit from Investments in Joint Ventures): เพิ่มขึ้น 100% หรือ 1.1 ล้านบาท เป็น 1.1 ล้านบาท จากปีก่อนที่ไม่มีรายการนี้ แสดงถึงผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วมฯ ในธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป
- ผลขาดทุนด้อยค่าด้านเครดิต (Expected Credit Loss): เพิ่มขึ้น 22.0% หรือ 8.2 ล้านบาท เป็น 45.3 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อ
- ต้นทุนทางการเงิน (Finance Costs): เพิ่มขึ้น 87.3% หรือ 34.5 ล้านบาท เป็น 74.1 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินปรับตัวสูงขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 12,487.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 820.3 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,042.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% เพื่อรองรับการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 5,444.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากผลกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.16 เท่า เป็น 1.29 เท่า
สรุปท้าย
SAK ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 8.9% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายธุรกิจสินเชื่อที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากธุรกิจใหม่ ทั้งโดรนและโซลาร์รูฟท็อป แม้ว่าต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้อยค่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินการเติบโตอย่างต่อเนื่อง