เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SAMCO กำไร Q2/2566 หดตัว 26.6% สวนทางรายได้โต 7.9%
ข่าวสาร

SAMCO กำไร Q2/2566 หดตัว 26.6% สวนทางรายได้โต 7.9%

SAMCO P/E 3.99 YIELD 2.22
3 วัน 03:21 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกดดันกำไรสุทธิ

บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ SAMCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.52 ล้านบาท ลดลง 26.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.92% มาอยู่ที่ 534.26 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAMCO ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 26.57% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 7.92% มาอยู่ที่ 534.26 ล้านบาท มาจาก การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

ฝ่ายจัดการระบุว่า ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 8.77% มาอยู่ที่ 498.72 ล้านบาทนั้น มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 15.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ การที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง โดยกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 17.52 ล้านบาท เทียบกับ 23.86 ล้านบาทในปีก่อน

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

จากข้อมูลที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดขายอสังหาริมทรัพย์ ชี้ให้เห็นว่าเป็นการเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานปกติของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุนหรืออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่ขายได้ในไตรมาสนี้ จึงยัง ไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาวหรือไม่ ต้องติดตาม การบริหารจัดการต้นทุนและการรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาสถัดไป

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง: ไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 17.52 ล้านบาท ลดลง 26.57% YoY
  • รายได้รวมเติบโต: รายได้รวมอยู่ที่ 534.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.92% YoY โดยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 37.47 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 498.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.77% YoY โดยเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับยอดขายอสังหาริมทรัพย์
  • ผลประกอบการ 6 เดือนแรกหดตัว: กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 18.11 ล้านบาท ลดลง 26.11% YoY ขณะที่รายได้รวม 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 20.03% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 534.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.92% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 495.06 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 37.47 ล้านบาท

ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 498.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.77% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายรวม 458.51 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 15.08 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น

ผลจากการที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้รวม ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 17.52 ล้านบาท ลดลง 26.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 23.86 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 929.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.03% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 774.58 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 18.11 ล้านบาท ลดลง 26.11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 24.51 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 888.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโต: การที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 6 เดือนแรกของปี 2566 บ่งชี้ถึงความสามารถในการขายโครงการที่มีอยู่
  • การเติบโตของรายได้รวม: รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับไตรมาสและครึ่งปีแรก แสดงถึงการขยายตัวของธุรกิจ

ความเสี่ยง

  • แรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย: การที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไร
  • ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่าย: หากค่าใช้จ่ายยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
  • อัตรากำไรขั้นต้น: แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่หากต้นทุนโครงการสูงขึ้น อาจส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
  • อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ: การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ และการบริหารต้นทุนการก่อสร้าง
  • การเปิดโครงการใหม่: แผนการเปิดโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่
  • Backlog: มูลค่า Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

  • ยอดโอน (รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์): มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 37.47 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 155.13 ล้านบาท (เมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกปี 2565) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้รวมของบริษัท
  • Backlog: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่ามีโครงการที่พร้อมโอนและรับรู้รายได้
  • การเปิดโครงการใหม่: เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้
  • ต้นทุนก่อสร้าง: แม้จะระบุว่าค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวน
  • D/E Ratio: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 6,126.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.58% และหนี้สินรวมอยู่ที่ 3,506.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.52% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) มีแนวโน้มสูงขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,126.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 378.39 ล้านบาท หรือ 6.58% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ในขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,506.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 417.65 ล้านบาท หรือ 13.52% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565

สำหรับงบกระแสเงินสด งวดสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2566 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 55.28 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 166.55 ล้านบาท หรือ 75.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 221.83 ล้านบาท การลดลงของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานนี้เป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

สรุปท้าย

SAMCO ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรสุทธิที่ลดลง 26.57% แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรวมที่สูงกว่ารายได้ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในอนาคต ขณะที่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น