เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SAUCE กำไร Q2/66 พุ่ง 39% รับอานิสงส์ยอดขายในประเทศโต-ต้นทุนคุมได้
ข่าวสาร

SAUCE กำไร Q2/66 พุ่ง 39% รับอานิสงส์ยอดขายในประเทศโต-ต้นทุนคุมได้

SAUCE P/E 18.71 YIELD 4.41
เมื่อวาน 03:20 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไร Q2/66 เติบโตโดดเด่น รับอานิสงส์ปัจจัยบวกหลายด้าน ฝ่ายบริหารคาดการณ์แนวโน้มยังคงสดใส

บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) หรือ SAUCE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 190.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAUCE ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20.19% YoY ประกอบกับการ บริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 38.96% YoY

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ยอดขายในประเทศเติบโต: ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) ที่เติบโตสูงถึง 30.26% รองลงมาคือช่องทางโมเดิร์นเทรด และช่องทางหน่วยรถเงินสด นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวก็เป็นอีกปัจจัยหนุน
  • ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง: แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, พริก และต้นทุนภาชนะบรรจุจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้ลดลงจาก 66.95% ใน Q2/2565 เหลือ 63.02% ใน Q2/2566 เมื่อเทียบกับยอดขาย ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน หรือการปรับราคาขายสินค้าที่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับยอดขายลดลงเช่นกัน โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงจาก 8.52% เหลือ 7.36% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจาก 5.27% เหลือ 4.71% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ดีขึ้นเมื่อยอดขายเติบโต

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนคือ:

  • แนวโน้มเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการของผู้บริโภคครัวเรือนยังคงสูง และการค้าขายในส่วนของร้านอาหารเริ่มกลับมาเป็นปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง
  • การบริหารต้นทุน: บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ
  • การปรับราคาขาย: การปรับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไร ซึ่งหากสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวก

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 38.96% YoY มาอยู่ที่ 190.90 ล้านบาท
  • ยอดขายรวม Q2/66 เพิ่มขึ้น 20.78% YoY แตะ 918.56 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศเติบโตโดดเด่น 20.19% YoY
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/66 ปรับเพิ่มขึ้น จาก 33.05% เป็น 36.98%
  • ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง จาก 66.95% ใน Q2/65 เป็น 63.02% ใน Q2/66
  • ยอดขาย 6 เดือนแรกปี 66 เติบโต 15.20% YoY กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.16% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 918.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 20.19% จากการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 33.14% จากการเร่งส่งมอบออเดอร์ค้างส่ง

ต้นทุนขายอยู่ที่ 572.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 66.95% เป็น 63.02% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 33.05% เป็น 36.98%

ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4.11% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.63% แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายลดลง เนื่องจากยอดขายที่เติบโตขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 เท่ากับ 190.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,782.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.20% และมีกำไรสุทธิ 360.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.16%

โอกาส

  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศ: แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงสูง และการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค
  • การขยายช่องทางการจำหน่าย: การเติบโตที่แข็งแกร่งจากช่องทางผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงผู้บริโภค
  • การบริหารต้นทุนและราคาขาย: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและภาชนะบรรจุ รวมถึงการปรับราคาขายที่เหมาะสม จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
  • การส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว: การเร่งส่งมอบออเดอร์ค้างส่งในไตรมาส 2 บ่งชี้ถึงการกลับมาของคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ราคาวัตถุดิบทางการเกษตรและต้นทุนภาชนะบรรจุยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ, สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องปรุงรสมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคอาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อตามสภาวะเศรษฐกิจและเทรนด์สุขภาพ
  • ความล่าช้าในการผลิตหรือขนส่ง: ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน หรือความล่าช้าในการปรับปรุงเครื่องจักร อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้า

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบ: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, พริก และต้นทุนบรรจุภัณฑ์
  • การเติบโตของยอดขายในแต่ละช่องทาง: โดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของช่องทางผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรด
  • การบริหารจัดการต้นทุนขายและ GPM: ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน
  • การส่งออก: แนวโน้มคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ และความสามารถในการบริหารจัดการการผลิตเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อ
  • การดำเนินงานของบริษัทร่วม: การเติบโตของยอดขายให้กับบริษัท เอ็กซ์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ: เอกสารระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, พริก และภาชนะบรรจุมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย
  • Volume: ยอดขายในประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากช่องทางผู้ค้าส่งทั่วไป (ยี่ปั๊ว) และโมเดิร์นเทรด ขณะที่ยอดขายต่างประเทศมีปริมาณสินค้าที่ส่งออกต่ำกว่าเป้าหมายใน 6 เดือนแรก แต่ Q2 มีการเร่งส่งมอบออเดอร์ค้างส่ง
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนใน Q2/66 จาก 33.05% เป็น 36.98% และใน 6 เดือนแรก จาก 33.47% เป็น 36.76% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนขายต่อยอดขายที่ลดลง
  • ช่องทางขาย: ช่องทางในประเทศเป็นสัดส่วนหลักและเติบโตดี โดยเฉพาะยี่ปั๊วและโมเดิร์นเทรด ส่วนการขายต่างประเทศมีสัญญาณการฟื้นตัวหลังการเร่งส่งมอบออเดอร์
  • สต็อก: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 6.72% โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและสินค้าระหว่างผลิต ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ยอดขายในอนาคต
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่ยอดขายต่างประเทศมีการเติบโต 8.38% ใน 6 เดือนแรก แม้จะมีปริมาณต่ำกว่าเป้าหมาย
  • ฤดูกาลผลิต: Q2 เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนยอดขายในประเทศ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • โครงสร้างเงินทุน: บริษัทมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำที่ 0.126 เท่า ณ 30 มิ.ย. 66 และส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน บริษัทไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืม
  • สภาพคล่อง: อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 6.83 เท่า ณ 30 มิ.ย. 66 ซึ่งยังคงสูง แม้จะลดลงจากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดกว่า 501.49 ล้านบาท
  • กระแสเงินสด: กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 95.58% ใน 6 เดือนแรกปี 66 จากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าเป็นหลัก ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินติดลบจากการจ่ายเงินปันผล
  • คุณภาพสินทรัพย์: สินทรัพย์รวมลดลง 6.61% จากการจ่ายเงินปันผล สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 10.59% ส่วนใหญ่จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้า ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สรุปท้าย

SAUCE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 38.96% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเทศกาล ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการบริโภคในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารต้นทุนของบริษัท ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น