เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SAWAD กำไร Q2/66 โต 7.4% รับแรงหนุนสินเชื่อพุ่ง หลังรวมงบ "เงินสดทันใจ"
ข่าวสาร

SAWAD กำไร Q2/66 โต 7.4% รับแรงหนุนสินเชื่อพุ่ง หลังรวมงบ "เงินสดทันใจ"

SAWAD P/E 7.80 YIELD 2.83
7 วัน 03:20 น. 0 ความเห็น

รายได้ดอกเบี้ยโตเกือบเท่าตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนฯ เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว

บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิรวม 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAWAD ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ดอกเบี้ยรับ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 79.5% หรือ 1,525 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโต 7.4% หรือ 84 ล้านบาท แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมาก็ตาม

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับเป็นผลโดยตรงจากการ รวมงบการเงินของ บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด เข้ามาเป็นบริษัทย่อย ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2566 เป็นต้นมา ทำให้เงินให้สินเชื่อสุทธิของบริษัท (รวมเงินสดทันใจ) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 43,929 ล้านบาท ณ 30 มิถุนายน 2565 เป็น 89,297 ล้านบาท ณ 30 มิถุนายน 2566 หรือเพิ่มขึ้น 103% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 59.0% จากค่าใช้จ่ายการตลาด, ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์รอการขาย, ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาที่เวียดนาม และภาษีธุรกิจเฉพาะ นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 544 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองสำหรับพอร์ตสินเชื่อในเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโตขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 300 ล้านบาท ตามการกู้ยืมที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรวมงบการเงินของบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ซึ่งจะส่งผลให้ฐานรายได้ดอกเบี้ยของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และต้นทุนทางการเงิน จะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อในประเทศเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อ รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 7.4% YoY อยู่ที่ 1,223 ล้านบาท
  • รายได้ดอกเบี้ยรับพุ่ง 79.5% YoY แตะ 3,443 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อ
  • เงินให้สินเชื่อสุทธิ (รวมเงินสดทันใจ) โต 103% YoY แตะ 89,297 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/66
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 59.0% YoY จากค่าใช้จ่ายการตลาด, ขาดทุนสินทรัพย์รอขาย, ขยายสาขาเวียดนาม และภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 544 ล้านบาท YoY จากการตั้งสำรองพอร์ตเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อ
  • ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 300 ล้านบาท YoY ตามการกู้ยืมที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยตลาด

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 1,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับ 1,139 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นถึง 79.5% เป็น 3,443 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 59.0% และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอาจไม่เติบโตตามรายได้

โอกาส

  • การรวมงบการเงินของ บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด: เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขนาดพอร์ตสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว
  • การขยายสาขาในประเทศเวียดนาม: แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น แต่การขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศยังคงเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต

ความเสี่ยง

  • การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น: การตั้งสำรองที่สูงขึ้นสำหรับพอร์ตสินเชื่อในเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยในตลาด ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไร
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายการตลาด, ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรวมงบการเงินของเงินสดทันใจ
  • การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และ NPLs โดยเฉพาะในพอร์ตสินเชื่อเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อ
  • ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
  • ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ท่ามกลางการขยายธุรกิจ
  • ความคืบหน้าและผลประกอบการของสาขาในประเทศเวียดนาม

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

  • NIM/NII: รายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 79.5% เป็น 3,443 ล้านบาท จากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อสุทธิที่เพิ่มขึ้น 103% YoY เป็น 89,297 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับที่สูงกว่าการเติบโตของสินเชื่อเล็กน้อย อาจบ่งชี้ถึงการรักษาหรือปรับเพิ่ม NIM ได้บ้าง
  • NPL/Coverage: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NPLs หรือ Coverage Ratio โดยตรง แต่ระบุว่ามีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 544 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในเวียดนามและสินเชื่อเช่าซื้อ แสดงให้เห็นถึงการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัว
  • Credit Cost: ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นจาก 31 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 575 ล้านบาทใน Q2/66 หรือเพิ่มขึ้น 544 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
  • สัดส่วนสินเชื่อ: เงินให้สินเชื่อสุทธิรวม (รวมเงินสดทันใจ) เพิ่มขึ้นจาก 43,929 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 65 เป็น 89,297 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 66
  • เงินฝาก/CASA: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงเงินฝากหรือ CASA
  • CAR/Basel: เอกสารไม่ได้กล่าวถึง CAR หรือ Basel
  • รายได้ค่าธรรมเนียม: เอกสารไม่ได้แยกรายได้ค่าธรรมเนียมออกจากรายได้ดอกเบี้ย
  • กำไรพิเศษครั้งเดียว: ไม่มีรายการพิเศษหรือกำไร/ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ที่ระบุว่าเป็นรายการครั้งเดียวชัดเจน นอกเหนือจาก "ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์รอการขาย" ที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายดำเนินงาน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: เพิ่มขึ้น 31,982 ล้านบาท จาก 69,482 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 101,464 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ
  • หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 32,374 ล้านบาท จาก 72,851 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 72,851 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ด้อยสิทธิ รวมถึงเงินกู้ยืมของบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด การเพิ่มขึ้นของหนี้สินสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
  • D/E Ratio: ไม่ได้ระบุในเอกสาร
  • กระแสเงินสด: ไม่ได้ระบุในเอกสาร

สรุปท้าย

SAWAD ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับอย่างแข็งแกร่งจากการรวมงบการเงินของบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 7.4% อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการควบคุมต้นทุนในสภาวะตลาดปัจจุบัน โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายธุรกิจ แต่ต้องแลกมากับการบริหารความเสี่ยงที่เข้มข้นขึ้น

ยังไม่มีความคิดเห็น