TTT Q3/2568 กำไรสุทธิหด 55.7% รับผลกระทบอุปสงค์ในประเทศซบเซา
รายได้รวมหดตัว 25.75% ฝ่ายจัดการชี้ภาคการผลิตสิ่งทออุปโภคบริโภคเผชิญแรงกดดันจากความต้องการที่ลดลง
บริษัท โทเร เท็กซ์ไทล์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TTT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 54.17 ล้านบาท ลดลง 55.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 109.90 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคและสิ่งทออุตสาหกรรม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TTT ในไตรมาส 3 ปี 2568 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การหดตัวของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคและสิ่งทออุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขาดทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคที่พลิกจากกำไรในปีที่แล้วมาเป็นขาดทุนในไตรมาสนี้
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ภาวะตลาดที่อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอลง เป็นสาเหตุหลักที่กดดันยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภค (Fabric for Apparel) ทำให้ยอดขายในกลุ่มนี้ลดลง 25.75% และส่งผลให้ขาดทุน 22.23 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 22.86 ล้านบาท ในปีก่อน
ขณะเดียวกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรม (Fabric for Industrial) ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยยอดขายลดลง 7.21% ส่งผลให้กำไรสุทธิในกลุ่มนี้ลดลง 31.02% จาก 178.55 ล้านบาท เหลือ 123.16 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ เช่น รายได้จากการขายสินค้าที่ลดลง 20.46% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 37.67% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอจะสิ้นสุดลงเมื่อใด อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีการปรับปรุงค่าความคงทนของรายได้และค่าใช้จ่ายภาษีในระหว่างงวด และการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่โดยรวมแล้ว สถานการณ์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 55.73% อยู่ที่ 54.17 ล้านบาท จาก 109.90 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2567
- รายได้รวมลดลง 25.75% อยู่ที่ 716.12 ล้านบาท จาก 964.53 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2567
- กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคขาดทุนสุทธิ 22.23 ล้านบาท พลิกจากกำไร 22.86 ล้านบาท ในปีก่อน
- กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรมกำไรสุทธิลดลง 31.02% อยู่ที่ 123.16 ล้านบาท จาก 178.55 ล้านบาท ในปีก่อน
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 37.67% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัท โทเร เท็กซ์ไทล์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TTT มีรายได้จากการขายรวม 1,960.56 ล้านบาท ลดลง 14.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคที่ลดลง 25.75% และกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรมที่ลดลง 7.21% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 45.09 ล้านบาท หรือ 197.26% ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคขาดทุนสุทธิ 22.23 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรมมีกำไรสุทธิ 123.16 ล้านบาท ลดลง 31.02% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 68.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.67% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น 116.23% และมีกำไรจากการลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น 77.11% ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการบางส่วน ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 54.17 ล้านบาท ลดลง 55.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โอกาส
- รายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: การเพิ่มขึ้นของรายได้ทางการเงินช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
- กำไรจากการลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียที่เพิ่มขึ้น: การลงทุนในบริษัทร่วมมีผลตอบแทนที่ดีขึ้น
- การปรับปรุงค่าความคงทนของรายได้และค่าใช้จ่ายภาษี: การปรับปรุงดังกล่าวช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ความเสี่ยง
- อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ: ภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันยอดขาย
- ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะมีการปรับปรุง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มอุปสงค์ในประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
- การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
- ผลการดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรม
- การเติบโตของรายได้ทางการเงินและกำไรจากการลงทุน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
- ยอดขายผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคลดลง 25.75%: สะท้อนถึงความต้องการที่ลดลงในตลาดสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
- การขาดทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภค: การพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาและ/หรือปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- การลดลงของยอดขายผลิตภัณฑ์สิ่งทออุตสาหกรรม: แม้จะน้อยกว่ากลุ่มแรก แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวม
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
สรุปท้าย
TTT ในไตรมาส 3 ปี 2568 เผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์สิ่งทออุปโภคบริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนขาดทุน และกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมที่ลดลงถึง 55.73% แม้จะมีรายได้ทางการเงินและกำไรจากการลงทุนที่ช่วยพยุงผลประกอบการบางส่วน แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป