เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PRAPAT Q2/2566 กำไรโต 3 เท่า รับอานิสงส์รายได้ขาย-บริการพุ่ง
ข่าวสาร

PRAPAT Q2/2566 กำไรโต 3 เท่า รับอานิสงส์รายได้ขาย-บริการพุ่ง

PRAPAT P/E 9.32 YIELD 5.13
7 วัน 00:51 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 12% หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 206% ขณะที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน

บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PRAPAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 255.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด ครัว และฆ่าเชื้อที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทพุ่งสูงถึง 11.85 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 206% จาก 3.25 ล้านบาทในปีก่อน

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRAPAT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.45% และรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นถึง 19.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมยังปรับตัวดีขึ้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย:

  • รายได้จากการขาย: ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มซักรีดเพิ่มขึ้น 11.71 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวเพิ่มขึ้น 8.70 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้น 1.20 ล้านบาท
  • รายได้ค่าเช่าและบริการ: เติบโต 19.47% โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านครัวที่เพิ่มขึ้น 6.59 ล้านบาท และรายได้ค่าบริการผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำเพิ่มขึ้น 1.40 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการให้เช่าเครื่องล้างจานแก่ลูกค้าร้านอาหารในกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): GPM จากการขายปรับตัวดีขึ้นจาก 40.00% เป็น 44.14% แม้จะมีต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ส่วน GPM จากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นจาก 37.45% เป็น 39.91% เนื่องจากราคาต้นทุนการติดตั้งเครื่องล้างภาชนะที่สูงขึ้นตามรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่า "ยอดขายของบริษัทเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น" ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท: เพิ่มขึ้น 206% YoY จาก 3.25 ล้านบาท เป็น 11.85 ล้านบาท
  • รายได้รวมจากการขายและบริการ: เพิ่มขึ้น 12% YoY จาก 227.57 ล้านบาท เป็น 255.14 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการขาย: ปรับตัวดีขึ้นจาก 40.00% เป็น 44.14%
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากค่าเช่าและบริการ: ปรับตัวดีขึ้นจาก 37.45% เป็น 39.91%
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 17.09% และ 11.06% ตามลำดับ จากการเพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่น ค่าขนส่ง ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายพนักงาน

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 PRAPAT มีรายได้จากการขาย 204.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.45% และรายได้ค่าเช่าและบริการ 50.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 255.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%

ด้านกำไรขั้นต้นจากการขายอยู่ที่ 90.46 ล้านบาท (GPM 44.14%) เพิ่มขึ้นจาก 74.22 ล้านบาท (GPM 40.00%) ในปีก่อน ส่วนกำไรขั้นต้นจากค่าเช่าและบริการอยู่ที่ 20.04 ล้านบาท (GPM 39.91%) เพิ่มขึ้นจาก 15.74 ล้านบาท (GPM 37.45%)

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 17.09% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.06% ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ 20.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.50 ล้านบาทในปีก่อน

เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 11.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 206% จาก 3.25 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4.38% เทียบกับ 1.43% ในปีก่อน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ: เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการซักรีด ครัว และการบริการที่เกี่ยวข้อง
  • การขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องล้างจาน: การเติบโตของรายได้ค่าเช่าเครื่องล้างจานในกลุ่มลูกค้าโรงแรมและร้านอาหาร แสดงถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและบริการในกลุ่มนี้
  • การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น: การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่สามารถรักษาและเพิ่ม GPM ได้ ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์: แม้ GPM จะดีขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เพิ่มขึ้น: การเพิ่มขึ้นของค่าคอมมิชชั่น ค่าขนส่ง ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายพนักงาน อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจ: การพึ่งพาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาจทำให้ผลประกอบการผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการ: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
  • การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจให้เช่า: กลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจให้เช่าเครื่องล้างจานและบริการที่เกี่ยวข้อง
  • ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก: เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ หรือสภาวะเศรษฐกิจโลก

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • การใช้กำลังการผลิต (Utilization): เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ซักรีด ครัว และฆ่าเชื้อ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
  • คำสั่งซื้อ (Order Book): ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายและการบริการ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอในไตรมาสนี้
  • ราคาวัตถุดิบ: มีการกล่าวถึงต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งบริษัทได้มีการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนดังกล่าว
  • อัตราแลกเปลี่ยน (FX): ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
  • สินค้าคงคลัง: ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในงบการเงินฉบับสอบทานนี้

สรุปท้าย

PRAPAT โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2566 ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 200% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักรีด ครัว และการบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบริหารจัดการต้นทุนที่สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร รวมถึงความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น