เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PSG Q2/2566 กำไรสุทธิโต 12.22% รับแรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
ข่าวสาร

PSG Q2/2566 กำไรสุทธิโต 12.22% รับแรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน

PSG P/E 24.75 YIELD 0.00
9 ชั่วโมง 00:50 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 14.32% รับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่า ขณะต้นทุนก่อสร้างเพิ่มตามงาน

บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 300.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 14.32% ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ PSG ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในงบการเงินรวม กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 50.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,747.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่งบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 53.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 964.75% ปัจจัยนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเติบโตของกำไรสุทธิโดยรวม

นอกจากนี้ รายได้รวมที่เติบโต 14.32% ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ตามสัญญาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น 6.04% (งบรวม) และ 6.04% (เฉพาะกิจการ) ซึ่งสะท้อนถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างที่ดำเนินงานอยู่

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากบริษัทมีสินทรัพย์ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ และค่าเงินบาทอ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวเมื่อแปลงเป็นเงินบาทมีมูลค่าสูงขึ้น

สำหรับ รายได้ตามสัญญาก่อสร้าง ที่เพิ่มขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทเพิ่งเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการในต่างประเทศซึ่งเป็นช่วงต้นโครงการ แต่ในไตรมาส 2 ปี 2566 โครงการได้ดำเนินงานมาถึงระยะที่มีความคืบหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้การรับรู้รายได้สูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนก่อสร้างตามสัญญาของบริษัท (งบเฉพาะกิจการ) ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.34 ล้านบาท หรือ 6.83% ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนความคืบหน้าของโครงการและรายได้ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.62 ล้านบาท หรือ 50.40% (เฉพาะกิจการ) เนื่องจากมีการเพิ่มบุคลากรเพื่อเสริมศักยภาพและค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการใหม่ๆ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยค่าเงิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทเช่นเดิม

ส่วนรายได้จากการก่อสร้างนั้น มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องตามความคืบหน้าของโครงการที่ดำเนินงานอยู่ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะต่อไปหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 12.22% YoY อยู่ที่ 300.40 ล้านบาท (งบรวม) และ 264.49 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ)
  • รายได้รวม Q2/2566 เพิ่มขึ้น 14.32% YoY อยู่ที่ 552.67 ล้านบาท (งบรวม) และ 555.83 ล้านบาท (เฉพาะกิจการ)
  • กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพุ่งสูง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลักในไตรมาสนี้
  • ต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายบริหารปรับตัวสูงขึ้น ตามการดำเนินงานและแผนขยายธุรกิจ
  • D/E Ratio อยู่ในระดับต่ำที่ 0.14 เท่า (งบรวม) สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

ภาพรวมผลประกอบการ

งบการเงินรวม:

  • รายได้รวม: ไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 552.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.32% จาก 483.46 ล้านบาทในปีก่อน
  • ต้นทุนก่อสร้างตามสัญญา: อยู่ที่ 115.77 ล้านบาท ลดลง 18.56% จาก 142.15 ล้านบาทในปีก่อน
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: อยู่ที่ 49.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.34% จาก 32.04 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรจากการดำเนินงาน: อยู่ที่ 387.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.28% จาก 309.27 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 300.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.22% จาก 267.68 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรเบ็ดเสร็จรวม: อยู่ที่ 305.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.60% จาก 268.75 ล้านบาทในปีก่อน

งบเฉพาะกิจการ:

  • รายได้รวม: ไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 555.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.42% จาก 485.77 ล้านบาทในปีก่อน
  • ต้นทุนก่อสร้างตามสัญญา: อยู่ที่ 177.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.83% จาก 166.05 ล้านบาทในปีก่อน
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: อยู่ที่ 46.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.40% จาก 30.99 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรจากการดำเนินงาน: อยู่ที่ 331.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.93% จาก 288.73 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 264.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.00% จาก 249.50 ล้านบาทในปีก่อน
  • กำไรเบ็ดเสร็จรวม: อยู่ที่ 263.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.09% จาก 244.23 ล้านบาทในปีก่อน

สำหรับงวด 6 เดือนแรก ปี 2566:

  • งบการเงินรวม: มีกำไรสุทธิ 442.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.82% จาก 248.67 ล้านบาทในปีก่อน
  • งบเฉพาะกิจการ: มีกำไรสุทธิ 399.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.12% จาก 230.48 ล้านบาทในปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของรายได้ตามสัญญาก่อสร้าง: ความคืบหน้าของโครงการที่ดำเนินงานอยู่ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
  • การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน: หากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรของบริษัท
  • การขยายธุรกิจ: การลงทุนในบุคลากรและศึกษาโครงการใหม่ๆ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะเป็นปัจจัยบวกในปัจจุบัน แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อกำไร
  • การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงกว่ารายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถควบคุมได้
  • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: การดำเนินโครงการก่อสร้างมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความล่าช้า ต้นทุนที่สูงขึ้น หรือปัญหาทางเทคนิค

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มค่าเงินบาท: ติดตามทิศทางค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร
  • การบริหารจัดการต้นทุน: จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนก่อสร้าง เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
  • ความคืบหน้าของโครงการใหม่: ประเมินโอกาสและความเป็นไปได้ของโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทกำลังศึกษา
  • ผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป: เปรียบเทียบการเติบโตของรายได้และกำไรกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป (ไม่ระบุกลุ่ม))

รายได้: รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ รายได้ตามสัญญาก่อสร้างมีการเติบโตตามความคืบหน้าของโครงการ

ต้นทุนและค่าใช้จ่าย: ต้นทุนก่อสร้างตามสัญญาเพิ่มขึ้นตามรายได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต

กำไร: กำไรสุทธิเติบโตได้ดี โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจะกดดันอัตรากำไรอยู่บ้าง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 2,495.29 ล้านบาท (งบรวม) เพิ่มขึ้นจาก 1,947.88 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน
  • หนี้สินรวม: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 311.56 ล้านบาท (งบรวม) เพิ่มขึ้นจาก 209.72 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็นผลจากภาษีเงินได้กลางปีที่จะนำส่ง
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 2,183.73 ล้านบาท (งบรวม) เพิ่มขึ้นจาก 1,738.16 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องมาจากผลกำไรจากการดำเนินงาน
  • อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): อยู่ที่ 0.14 เท่า (งบรวม) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง

สรุปท้าย

PSG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.22% จากแรงหนุนสำคัญของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท ประกอบกับรายได้ตามสัญญาก่อสร้างที่เติบโตตามความคืบหน้าของโครงการ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับตัวสูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต แต่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งด้วย D/E Ratio ที่ต่ำ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่าเงินบาทและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตและผลกำไรในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น