เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NFC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 38.8% สวนทางต้นทุนผลิตลด เหตุยอดขายเคมีภัณฑ์วูบ
ข่าวสาร

NFC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 38.8% สวนทางต้นทุนผลิตลด เหตุยอดขายเคมีภัณฑ์วูบ

NFC P/E 0.00 YIELD 0.00
3 เดือน 08:57 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรหดตัวหนักจากยอดขายกรดกำมะถัน-แอมโมเนียร่วง ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่งสูง

บริษัท เอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ NFC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 18.93 ล้านบาท ลดลง 11.98 ล้านบาท หรือ 38.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมีที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกรดกำมะถันและแอมโมเนีย เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ NFC ในไตรมาส 2/2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมี โดยเฉพาะกรดกำมะถันและแอมโมเนีย ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทลดลง 38.76% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากต้นทุนขายและบริการที่ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมีเกิดจาก ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับ ราคาขายเฉลี่ยต่อตันที่ลดลง ตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะกรดกำมะถันที่ปริมาณขายลดลงถึง 31.75% และราคาขายเฉลี่ยลดลง 49.42% ส่วนแอมโมเนียก็มีปริมาณขายลดลง 8.71% และราคาขายเฉลี่ยลดลง 19.04% นอกจากนี้ รายได้จากการขายแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ก็ลดลงเช่นกัน แม้ว่าราคาขายจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณขายที่ลดลงก็ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม

ในทางกลับกัน ต้นทุนขายและบริการลดลง 52.57% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาผลิตภัณฑ์เคมีนำเข้าที่ลดลงตามแนวโน้มราคาตลาดโลก ทำให้แม้กำไรขั้นต้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์จะลดลง แต่ อัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์เคมีกลับเพิ่มขึ้น เป็น 5.17% จาก 3.33% ในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่สำคัญอีกประการคือ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 282.59% หรือ 24.02 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายสิทธิการใช้สินทรัพย์ และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ปัจจัยนี้ได้เข้ามาซ้ำเติมผลประกอบการที่อ่อนแอจากการขาย

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มราคาและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เคมีในอนาคตอย่างชัดเจน แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าจะลดลงตามราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น แต่การที่ปริมาณขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปได้

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 38.76% YoY: บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 18.93 ล้านบาท ลดลงจาก 30.91 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565
  • รายได้จากการขายลดลง 46.94% YoY: รายได้รวมอยู่ที่ 355.49 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ผลิตภัณฑ์เคมีที่ลดลง 54.87%
  • ต้นทุนขายลดลง 52.57% YoY: สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง และราคาวัตถุดิบนำเข้าที่ลดลง
  • อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น: จาก 10.66% เป็น 20.13% แม้กำไรขั้นต้นธุรกิจเคมีภัณฑ์จะลดลง แต่มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น
  • ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 282.59% YoY: จาก 8.50 ล้านบาท เป็น 32.52 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ
  • สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย: ณ สิ้นไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 7,705.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.42% จากสิ้นปี 2565
  • หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.04%: ณ สิ้นไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 6,437.36 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 18.93 ล้านบาท ลดลง 11.98 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38.76 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 355.49 ล้านบาท ลดลง 314.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.94 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 ซึ่งเป็นผลหลักมาจากรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เคมีที่ลดลงอย่างมากถึง 332.92 ล้านบาท หรือร้อยละ 54.87 แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลง 314.66 ล้านบาท หรือร้อยละ 52.57 ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20.13 จากร้อยละ 10.66 ในปีก่อน แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 24.02 ล้านบาท หรือร้อยละ 282.59 เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ

โอกาส

  • รายได้จากการให้บริการเติบโต: รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 29.11% โดยเฉพาะรายได้จากการบริการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 42.68% และรายได้การให้บริการคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น 20.69%
  • การลงทุนในโครงการใหม่: มีการลงทุนในโครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของ NFCT และโครงการคลังสินค้าและลานจัดเก็บสินค้าของ NFCW ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาตลาดโลก: ราคาขายผลิตภัณฑ์เคมีหลัก เช่น กรดกำมะถันและแอมโมเนีย มีความผันผวนตามราคาตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้และปริมาณการขาย
  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
  • การพึ่งพิงผลิตภัณฑ์หลัก: การพึ่งพิงรายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีหลัก เช่น กรดกำมะถัน ทำให้มีความเสี่ยงหากตลาดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ชะลอตัว
  • การลดลงของสินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะแอมโมเนีย อาจส่งผลต่อความสามารถในการตอบสนองคำสั่งซื้อในอนาคต

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เคมี: โดยเฉพาะกรดกำมะถันและแอมโมเนีย ในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: เพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
  • การเติบโตของธุรกิจบริการ: เพื่อชดเชยรายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีที่อาจผันผวน
  • ความคืบหน้าของโครงการลงทุน: โครงการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังสินค้า

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุถึงอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การลดลงของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เคมีบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงในส่วนนี้
  • Order Book: ไม่มีการกล่าวถึง Order Book ในเอกสาร
  • ราคาวัตถุดิบ: ราคาผลิตภัณฑ์เคมีนำเข้าลดลงตามแนวโน้มราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 10.66% เป็น 20.13% แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์จะลดลง แต่เป็นผลจากต้นทุนที่ลดลงมากกว่ารายได้
  • ส่งออก: ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่ราคาขายที่อ้างอิงตามราคาตลาดโลกบ่งชี้ถึงการแข่งขันในตลาดสากล
  • ค่าเงิน: มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 4.77 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้อื่น
  • สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือลดลง 47.71% โดยเฉพาะแอมโมเนียลดลง 89.58 ล้านบาท

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,705.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.42% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 36.34% เนื่องจากกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจ่ายเงินปันผล สินค้าคงเหลือลดลง 47.71% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.04% เป็น 6,437.36 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 34.33% ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 11.07% เป็น 1,268.27 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานและการจ่ายเงินปันผล สำหรับกระแสเงินสดสุทธิลดลง 225.13 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 265.32 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 207.03 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 283.42 ล้านบาท

สรุปท้าย

ผลประกอบการของ NFC ในไตรมาส 2/2566 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการลดลงของปริมาณและราคาขายผลิตภัณฑ์เคมีหลัก โดยเฉพาะกรดกำมะถันและแอมโมเนีย แม้ว่าต้นทุนการผลิตจะลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของต้นทุนทางการเงินได้บั่นทอนผลกำไรโดยรวมไปอย่างมาก การเติบโตของธุรกิจบริการเป็นสัญญาณบวก แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เคมี รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น