NOK พลิกขาดทุนหนักสู่กำไรที่ลดลงใน 6 เดือนแรกปี 2566 รับอานิสงส์ผู้โดยสารฟื้นตัว
รายได้-กำไรฟื้นตัวตามจำนวนผู้โดยสาร แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ ขณะที่ต้นทุนการเงินยังเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK รายงานผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 พลิกจากสถานการณ์ขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปี 2565 มาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NOK ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของจำนวนผู้โดยสารและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงจาก 3,225.21 ล้านบาท เหลือ 388.24 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 87.96%
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์โรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.8 ล้านคนในปีก่อน เป็น 2.7 ล้านคนในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 49.44% การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นถึง 82.56% หรือ 1,856.48 ล้านบาท นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนราคาบัตรโดยสารให้สอดคล้องกับกลไกตลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เครื่องบิน (Average Aircraft Utilization Hours เพิ่มขึ้น 30.07%) ยังช่วยหนุนให้รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (RASK) เพิ่มขึ้นถึง 38.56%
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารได้พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ โดยต้นทุนค่าโดยสารและการให้บริการลดลงเล็กน้อย (2.42%) แม้ว่าปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) กลับลดลงอย่างมากถึง 35.18% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 31.04% เนื่องจากมีการบันทึกดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิของสัญญาเช่าเครื่องบิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงกดดันผลประกอบการ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเดินทางของผู้โดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การปรับปรุงกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กรให้มีขนาดเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการบริหารต้นทุนค่าเช่าเครื่องบินและน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนการดำเนินงานให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 87.96% จาก 3,225.21 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2565 เป็น 388.24 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2566
- รายได้รวมเติบโตโดดเด่น: รายได้รวมเพิ่มขึ้น 80.76% หรือ 2,017.60 ล้านบาท แตะระดับ 4,515.88 ล้านบาท
- จำนวนผู้โดยสารฟื้นตัว: จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 49.44% เป็น 2.7 ล้านคน
- อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารสูงขึ้น: Cabin Factor เฉลี่ยอยู่ที่ 87.21% เพิ่มขึ้นจาก 73.66% ในปีก่อน
- ต้นทุนต่อหน่วยลดลง: ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลง 35.18%
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 31.04% จากการบันทึกดอกเบี้ยสัญญาเช่าเครื่องบิน
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK มีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 388.24 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 87.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 3,225.21 ล้านบาท การพลิกตัวนี้เป็นผลมาจากการที่รายได้รวมเติบโตขึ้นถึง 80.76% แตะระดับ 4,515.88 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 82.56% สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 49.44% และอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ที่สูงขึ้นเป็น 87.21% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 14.32% แม้ว่าต้นทุนค่าโดยสารและการให้บริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) กลับลดลงอย่างมากถึง 35.18% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 31.04% ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรโดยรวม
โอกาส
- การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน: การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และการกลับมาเดินทางของผู้คนทั้งในและต่างประเทศ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและรายได้
- การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การบริหารต้นทุนค่าเช่าเครื่องบิน น้ำมันเชื้อเพลิง และการซ่อมบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
- การเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้: การขยายธุรกิจไปยังการขนส่งสินค้าและการนำเสนอบริการใหม่ๆ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้
ความเสี่ยง
- ต้นทุนทางการเงินที่สูง: การบันทึกดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาเช่าเครื่องบินยังคงเป็นภาระต้นทุนที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อผลกำไร
- ความผันผวนของราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจการบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
- การแข่งขันในอุตสาหกรรม: อุตสาหกรรมการบินยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาบัตรโดยสาร
- ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและเศรษฐกิจ: การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ หรือภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการเดินทางของผู้บริโภค
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน: การบริหารจัดการและลดภาระต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
- การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน: ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าเครื่องบิน น้ำมันเชื้อเพลิง และการซ่อมบำรุง
- การเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของผู้โดยสารให้ต่อเนื่อง
- การขยายช่องทางรายได้: ความคืบหน้าในการสร้างรายได้จากการขนส่งสินค้าและบริการอื่นๆ
- การปรับปรุงโครงสร้างหนี้: ความคืบหน้าในการเจรจากับเจ้าหนี้และสถาบันการเงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร: เป็นรายได้หลักที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 82.56% จากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารและการปรับราคาบัตรโดยสารให้สอดคล้องกับตลาด
- รายได้จากการให้บริการ: เติบโต 59.59% ตามจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
- ต้นทุนค่าโดยสารและการให้บริการ: เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.42% แม้ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- ต้นทุนต่อปริมาณการผลิต (CASK): ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 35.18% บ่งชี้ถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
- การใช้งานเครื่องบิน: เพิ่มขึ้น 30.07% สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ได้ดีขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,505.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.32% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 39.51% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 25,919.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.32% โดยมีสาเหตุหลักจากการประมาณการหนี้สินค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงติดลบที่ 12,414.69 ล้านบาท แต่มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น 1.71% จากปีก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานพลิกเป็นบวกที่ 1,227.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนที่ติดลบ 175.60 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าและประมาณการหนี้สินที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการจัดหาเงินเพิ่มขึ้นเป็น 757.88 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 292.11 ล้านบาท
สรุปท้าย
NOK แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนในครึ่งแรกปี 2566 ด้วยการพลิกจากขาดทุนมหาศาลมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมาก โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการกลับมาของจำนวนผู้โดยสารและรายได้จากการขนส่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง การบริหารต้นทุนต่อหน่วยที่มีประสิทธิภาพเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตา การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของผู้โดยสาร จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพา NOK กลับสู่การสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต