เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NC กำไร Q2/66 พุ่ง 134% รับยอดขายโต-ต้นทุนหด
ข่าวสาร

NC กำไร Q2/66 พุ่ง 134% รับยอดขายโต-ต้นทุนหด

NC P/E -100.00 YIELD 0.56
เดือนที่แล้ว 08:32 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 5% ขณะที่ต้นทุนขายลดฮวบ 15% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด เผยกลยุทธ์คุมต้นทุน-ดันสินค้าใหม่ได้ผล

บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) หรือ NC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 3.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 134.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิ 5.98% และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 15.22% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NC ในไตรมาส 2/2566 คือ การเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ กำไรสุทธิเติบโตถึง 146.90% จากการที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 5.98% และต้นทุนขายลดลงถึง 15.22% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 5.98%: มาจากการขยายช่องทางการขายทั้งค้าส่งและออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์เชอรีล่อน (Cherilon) นอกจากนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ถุงน่องสำหรับผู้ชาย LGBTQ+ เพื่อร่วมกิจกรรม Pride Month 2023 ยังช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์
  • ต้นทุนขายลดลง 15.22%: เป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการขายสินค้าและบริหารจัดการกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 77.29% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 61.82% ในไตรมาสนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิต
  • การรับรู้ด้อยค่าเงินลงทุนและส่วนแบ่งผลขาดทุนลดลง: ในส่วนของงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย การลดลงของรายการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการลดลงของส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนการขายและกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 134.27% ในงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย และ 146.90% ในงบการเงินเฉพาะกิจการ
  • ยอดขายสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 5.98% จากการขยายช่องทางค้าส่งและออนไลน์ รวมถึงการออกสินค้าใหม่
  • ต้นทุนขาย Q2/66 ลดลง 15.22% จากการควบคุมต้นทุนและบริหารกำไรขั้นต้น
  • อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง จาก 77.29% ในปีก่อน เหลือ 61.82% ในไตรมาสนี้
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 122.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของช่องทางการขายค้าส่งและออนไลน์ในกลุ่มสินค้าแบรนด์เชอรีล่อน ประกอบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบรับกระแสสังคม ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีอยู่ที่ 8.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 181.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 9.91 ล้านบาท เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น ต้นทุนทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และภาษีเงินได้ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 3.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.27%

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 258.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 15.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 282.25%

โอกาส

  • การขยายช่องทางการขาย: การเติบโตของช่องทางค้าส่งและออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาช่องทางใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การออกสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น ถุงน่องสำหรับ LGBTQ+ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจสร้างการเติบโตในอนาคต
  • การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

ความเสี่ยง

  • การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนขายจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • การแข่งขันในตลาด: ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของยอดขาย: ติดตามการเติบโตของยอดขายในช่องทางออนไลน์และค้าส่ง รวมถึงผลตอบรับจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
  • การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: จับตาดูแนวโน้มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ
  • การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบ: ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลต่อต้นทุนขาย
  • ผลประกอบการของบริษัทร่วม: การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการบริษัทร่วมอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในส่วนของงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)

ยอดขายและช่องทางจำหน่าย: รายได้จากการขายสุทธิในไตรมาส 2/2566 เติบโต 5.98% โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของช่องทางค้าส่งและออนไลน์สำหรับแบรนด์เชอรีล่อน การเปิดตัวถุงน่องสำหรับผู้ชาย LGBTQ+ ในช่วง Pride Month เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างในตลาด

ต้นทุนและกำไรขั้นต้น: การลดลงของต้นทุนขายถึง 15.22% เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายที่ลดลงจาก 77.29% เป็น 61.82% แสดงถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจที่ต้องการผลักดันยอดขายและขยายฐานลูกค้า แต่ต้องติดตามว่าการเพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาวหรือไม่

สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.49% ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าที่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่มขึ้น และการนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการสต็อกที่สอดคล้องกับแผนการตลาด

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 819.20 ล้านบาท ลดลง 3.64% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 47.23% จากการควบคุมรายรับรายจ่าย

หนี้สินรวมลดลง 12.37% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.94% จากผลกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 9.44 ล้านบาท แต่ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเบิกถอนเงินฝากประจำเพื่อนำไปชำระหนี้ ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น

สรุปท้าย

NC ในไตรมาส 2/2566 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการบริหารต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางออนไลน์เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา แม้จะมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาด แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและปรับตัวตามความต้องการของตลาด ทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น