NC กำไร Q2/66 พุ่ง 134% รับยอดขายโต-ต้นทุนหด
รายได้รวมโต 5% ขณะที่ต้นทุนขายลดฮวบ 15% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด เผยกลยุทธ์คุมต้นทุน-ดันสินค้าใหม่ได้ผล
บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) หรือ NC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 3.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 134.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิ 5.98% และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 15.22% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NC ในไตรมาส 2/2566 คือ การเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ กำไรสุทธิเติบโตถึง 146.90% จากการที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 5.98% และต้นทุนขายลดลงถึง 15.22% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้น 5.98%: มาจากการขยายช่องทางการขายทั้งค้าส่งและออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์เชอรีล่อน (Cherilon) นอกจากนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ถุงน่องสำหรับผู้ชาย LGBTQ+ เพื่อร่วมกิจกรรม Pride Month 2023 ยังช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้แบรนด์
- ต้นทุนขายลดลง 15.22%: เป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนการขายสินค้าและบริหารจัดการกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจาก 77.29% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 61.82% ในไตรมาสนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิต
- การรับรู้ด้อยค่าเงินลงทุนและส่วนแบ่งผลขาดทุนลดลง: ในส่วนของงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย การลดลงของรายการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการลดลงของส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนการขายและกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 134.27% ในงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย และ 146.90% ในงบการเงินเฉพาะกิจการ
- ยอดขายสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 5.98% จากการขยายช่องทางค้าส่งและออนไลน์ รวมถึงการออกสินค้าใหม่
- ต้นทุนขาย Q2/66 ลดลง 15.22% จากการควบคุมต้นทุนและบริหารกำไรขั้นต้น
- อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายลดลง จาก 77.29% ในปีก่อน เหลือ 61.82% ในไตรมาสนี้
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 122.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของช่องทางการขายค้าส่งและออนไลน์ในกลุ่มสินค้าแบรนด์เชอรีล่อน ประกอบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบรับกระแสสังคม ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีอยู่ที่ 8.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 181.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 9.91 ล้านบาท เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น ต้นทุนทางการเงิน ส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และภาษีเงินได้ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 3.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.27%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิรวม 258.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 15.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 282.25%
โอกาส
- การขยายช่องทางการขาย: การเติบโตของช่องทางค้าส่งและออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาช่องทางใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การออกสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น ถุงน่องสำหรับ LGBTQ+ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อาจสร้างการเติบโตในอนาคต
- การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
ความเสี่ยง
- การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ในไตรมาสนี้ต้นทุนขายจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
- การแข่งขันในตลาด: ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มการเติบโตของยอดขาย: ติดตามการเติบโตของยอดขายในช่องทางออนไลน์และค้าส่ง รวมถึงผลตอบรับจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: จับตาดูแนวโน้มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ
- การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบ: ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลต่อต้นทุนขาย
- ผลประกอบการของบริษัทร่วม: การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการบริษัทร่วมอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในส่วนของงบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ยอดขายและช่องทางจำหน่าย: รายได้จากการขายสุทธิในไตรมาส 2/2566 เติบโต 5.98% โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของช่องทางค้าส่งและออนไลน์สำหรับแบรนด์เชอรีล่อน การเปิดตัวถุงน่องสำหรับผู้ชาย LGBTQ+ ในช่วง Pride Month เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสร้างความแตกต่างในตลาด
ต้นทุนและกำไรขั้นต้น: การลดลงของต้นทุนขายถึง 15.22% เป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายที่ลดลงจาก 77.29% เป็น 61.82% แสดงถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าส่งเสริมการขาย และค่าบริการร้านค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจที่ต้องการผลักดันยอดขายและขยายฐานลูกค้า แต่ต้องติดตามว่าการเพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาวหรือไม่
สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.49% ซึ่งสอดคล้องกับการสั่งซื้อสินค้าที่ลูกค้ามีความต้องการเพิ่มขึ้น และการนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการสต็อกที่สอดคล้องกับแผนการตลาด
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 819.20 ล้านบาท ลดลง 3.64% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 47.23% จากการควบคุมรายรับรายจ่าย
หนี้สินรวมลดลง 12.37% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.94% จากผลกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 9.44 ล้านบาท แต่ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเบิกถอนเงินฝากประจำเพื่อนำไปชำระหนี้ ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
สรุปท้าย
NC ในไตรมาส 2/2566 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและการบริหารต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางออนไลน์เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา แม้จะมีความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาด แต่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและปรับตัวตามความต้องการของตลาด ทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป