เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NCH กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 48% รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายสูง
ข่าวสาร

NCH กำไรสุทธิ Q2/2566 หดตัว 48% รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายสูง

NCH P/E -100.00 YIELD 0.00
8 วัน 08:32 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 3% แต่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่งกดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ครึ่งปีแรกกำไรลดลงเกือบ 40%

บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 676.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากรายได้จากการขายโครงการแนวราบและการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการจากธุรกิจฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.47% อยู่ที่ 56.82 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนขาย ต้นทุนในการจัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก กำไรสุทธิลดลงถึง 39.79%

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NCH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินและต้นทุนขาย ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 48.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะยังคงเติบโตได้ 3.19% ก็ตาม สำหรับงวดครึ่งปีแรก กำไรสุทธิลดลงถึง 39.79% โดยมีปัจจัยกดดันคล้ายคลึงกัน

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นจาก 2.95 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 11.04 ล้านบาทในไตรมาสนี้ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 3.7 เท่า สาเหตุหลักมาจากการจัดหาเงินทุนผ่านการกู้ยืมจากสถาบันการเงินและการออกหุ้นกู้ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
  • ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น: ต้นทุนขายในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 440.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราต้นทุนขายเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 60.27% ในปีก่อน เป็น 66.57% ในไตรมาสนี้
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 29.81% เนื่องจากมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณาเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.14% จากการขยายตัวขององค์กร ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร การพัฒนาบุคลากร สาธารณูปโภค และการบริหารทั่วไปเพิ่มขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายแก่สถาบันการเงินและดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้เพิ่มขึ้นท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นซึ่งมีการปรับตัวเพิ่มจากปี 2565 ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ซึ่งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ส่วนต้นทุนวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้นแบบขั้นบันได ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนขายในระยะต่อไปเช่นกัน

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิไตรมาส 2/2566 ลดลง 48.47% อยู่ที่ 56.82 ล้านบาท จาก 110.26 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้น 3.19% อยู่ที่ 676.78 ล้านบาท จาก 655.88 ล้านบาทในปีก่อน
  • ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น 3.7 เท่า จาก 2.95 ล้านบาท เป็น 11.04 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566
  • ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.58% จาก 387.87 ล้านบาท เป็น 440.56 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566
  • กำไรสุทธิครึ่งปีแรกปี 2566 ลดลง 39.79% อยู่ที่ 120.16 ล้านบาท จาก 199.56 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมครึ่งปีแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.75% อยู่ที่ 1,340.99 ล้านบาท จาก 1,317.93 ล้านบาทในปีก่อน

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 676.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.19% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้หลักจากการขายโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น 2.83% เป็น 661.74 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 21.79% จากการเติบโตของธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจบริหารโครงการ และธุรกิจอาคารพักอาศัยให้เช่า

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.58% เป็น 440.56 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น ทำให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 66.57% จาก 60.27% ในปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 29.81% จากการเปิดตัวโครงการใหม่ และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.14% จากการขยายองค์กร

ที่สำคัญคือ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3.7 เท่า จาก 2.95 ล้านบาท เป็น 11.04 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 ลดลง 48.47% มาอยู่ที่ 56.82 ล้านบาท

สำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.75% เป็น 1,340.99 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1.29% และรายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 39.79% เป็น 120.16 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขาย ต้นทุนในการจัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

โอกาส

  • การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ: ธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ, ธุรกิจบริหารโครงการ และธุรกิจอาคารพักอาศัยให้เช่า ยังคงแสดงการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นส่วนช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
  • การเปิดตัวโครงการใหม่: การมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโครงการใหม่ บ่งชี้ถึงการขยายธุรกิจและการมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นปัจจัยกดดันความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
  • ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น: ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายของโครงการแนวราบ และอาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการในอนาคต
  • การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์: แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลต่อยอดขายและราคาขาย

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย: จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
  • การบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางราคาที่ผันผวน
  • ยอดขาย (Presale) และ Backlog: ตัวชี้วัดสำคัญสำหรับรายได้ในอนาคตของโครงการแนวราบ
  • การเติบโตของธุรกิจบริการ: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของธุรกิจฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่าเช่าและบริการ
  • แผนการเปิดตัวโครงการใหม่: ความคืบหน้าและผลตอบรับของโครงการที่กำลังจะเปิดตัว

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

  • รายได้จากการขาย: รายได้จากการขายโครงการแนวราบยังคงเป็นรายได้หลักและมีการเติบโตเล็กน้อยในไตรมาส 2/2566 และครึ่งปีแรกปี 2566 สะท้อนถึงการดำเนินงานตามปกติของธุรกิจหลัก
  • รายได้ค่าเช่าและบริการ: มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะจากธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการกระจายแหล่งรายได้
  • ต้นทุนขาย: อัตราต้นทุนขายเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2566 (66.57% จาก 60.27%) และครึ่งปีแรก (66.14% จาก 62.28%) บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้าง
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่าย: เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวโครงการใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้ในการขยายธุรกิจ
  • การบริหารจัดการหนี้สิน: หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.54% ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินไม่หมุนเวียน (เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้) ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,358.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นผลจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น เช่น เงินมัดจำค่าที่ดิน ลูกหนี้การค้า ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน และที่ดินรอการพัฒนา

หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,258.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.54% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้สินไม่หมุนเวียนเป็นหลัก จากเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,100.66 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.63%

เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินไม่หมุนเวียนและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินบ่งชี้ถึงการมีการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และเงินกู้ยืม

สรุปท้าย

NCH เผชิญแรงกดดันด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 และครึ่งปีแรกปี 2566 จากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและต้นทุนขายที่ปรับตัวขึ้นตามราคาวัสดุก่อสร้าง แม้ว่ารายได้จากการขายโครงการแนวราบจะยังเติบโตได้ดี และธุรกิจบริการค่าเช่าและบริการจะแสดงศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจ แต่การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องต่อผลประกอบการในระยะข้างหน้า หากแนวโน้มต้นทุนและอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง

ยังไม่มีความคิดเห็น