KWM สรุปผลประกอบการ Q2/2566
KWM Q2/66 กำไรสุทธิหดตัว 56.8% รับรายได้วูบหนักจากภัยแล้ง
ฝ่ายจัดการ KWM ชี้รายได้หดตัวกระทบกำไร แม้ GPM ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่ง
บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4.70 ล้านบาท ลดลง 56.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ KWM ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 56.80% YoY) มาจาก รายได้จากการขายและการให้บริการที่หดตัวลงอย่างมากถึง 29.27% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวดีขึ้นจาก 16.04% เป็น 19.66% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ ประกอบกับ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการขายลดลง: สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำและสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์หลักอย่างใบผาลและใบดันดินลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าใบเกลียวยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการตลาดผ่าน Social Platform ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าใบโรตารีให้เพิ่มขึ้นก็ตาม
- อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น: แม้รายได้จะลดลง แต่ GPM กลับดีขึ้น เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล็กเริ่มปรับลดลง
- ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากการสำรวจตลาดในต่างประเทศ (CLMV) ค่าโฆษณาออนไลน์ และค่าบริการโปรแกรม CRM ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมพนักงาน การเช่าพื้นที่สำนักงานใหม่เพื่อเป็นสาขาที่ 4 และการเช่าพื้นที่โรงสกัดของบริษัทย่อย ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม สถานการณ์ภัยแล้งและแนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและกำลังซื้อของลูกค้าในระยะต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีการปรับกลยุทธ์การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 56.80% YoY อยู่ที่ 4.70 ล้านบาท จาก 10.88 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้จากการขาย Q2/66 ลดลง 29.27% YoY อยู่ที่ 109.69 ล้านบาท โดยเฉพาะใบผาลและใบดันดิน
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/66 ปรับดีขึ้น เป็น 19.66% จาก 16.04% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ลดลง
- ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น สาเหตุจากการสำรวจตลาดต่างประเทศ ค่าโฆษณาออนไลน์ และการเช่าพื้นที่สำนักงาน/โรงสกัดใหม่
- สินค้าคงเหลือลดลง 27.98% ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 209.83 ล้านบาท จาก 291.35 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากการระบายสินค้าช่วง High Season และการชะลอซื้อวัตถุดิบ
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 319.18% ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 118.46 ล้านบาท จาก 28.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4.70 ล้านบาท ลดลง 56.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.88 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 109.69 ล้านบาท ลดลง 29.27% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 32.31% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.66% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 15.68 ล้านบาท ลดลง 41.41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.76 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 277.36 ล้านบาท ลดลง 16.06% ต้นทุนขายและบริการลดลง 16.64% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 17.40% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง
โอกาส
- การตลาดผ่าน Social Platform: การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มใบโรตารีให้ดีขึ้น และได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า End User
- ราคาวัตถุดิบเหล็กมีแนวโน้มลดลง: เป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
- การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ: การชะลอการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อบริหารสินค้าคงเหลือให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ความเสี่ยง
- สถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศแปรปรวน: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์ใบผาล ใบดันดิน และใบเกลียว
- แนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญ: อาจทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณความต้องการสินค้าในระยะยาว
- ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: การขยายตลาดต่างประเทศ การลงทุนด้านการตลาดออนไลน์ และการขยายสาขา/พื้นที่การผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มปริมาณน้ำและสภาพอากาศ: ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างใกล้ชิด
- ยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก: โดยเฉพาะใบผาล ใบดันดิน และใบเกลียว ว่าจะฟื้นตัวได้หรือไม่
- ประสิทธิภาพของการตลาดออนไลน์: การขยายผลการทำตลาดผ่าน Social Platform ต่อเนื่อง
- การควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
- การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: ให้มีระดับที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- Utilization Rate: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่อาจลดลง
- Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book
- ราคาวัตถุดิบ: ราคาวัตถุดิบเหล็กมีแนวโน้มปรับลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
- GPM: ปรับตัวดีขึ้นใน Q2/66 อยู่ที่ 19.66% จาก 16.04% ในปีก่อน
- การส่งออก: มีการสำรวจตลาดในกลุ่ม CLMV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
- ค่าเงิน: มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย
- สินค้าคงคลัง: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 646.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.19% จากสิ้นปี 65
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: เพิ่มขึ้นอย่างมาก 319.18% เป็น 118.46 ล้านบาท จาก 28.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
- สินค้าคงเหลือ: ลดลง 27.98% เป็น 209.83 ล้านบาท จาก 291.35 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
- หนี้สินรวม: ลดลง 4.53% เป็น 139.98 ล้านบาท จาก 146.62 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
- เงินกู้ยืมระยะสั้น: ลดลง 19.04% เป็น 51.80 ล้านบาท จาก 63.98 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 1.58% เป็น 507.01 ล้านบาท จาก 499.14 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
สรุปท้าย
KWM ในไตรมาส 2/2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยภายนอกอย่างภัยแล้ง แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ลดลงและเงินสดที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสภาพอากาศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป