เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KWM สรุปผลประกอบการ Q2/2566
ข่าวสาร

KWM สรุปผลประกอบการ Q2/2566

KWM P/E 17.36 YIELD 3.45
1 อาทิตย์ 07:32 น. 0 ความเห็น

KWM Q2/66 กำไรสุทธิหดตัว 56.8% รับรายได้วูบหนักจากภัยแล้ง

ฝ่ายจัดการ KWM ชี้รายได้หดตัวกระทบกำไร แม้ GPM ดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่ง

บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 4.70 ล้านบาท ลดลง 56.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ KWM ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 56.80% YoY) มาจาก รายได้จากการขายและการให้บริการที่หดตัวลงอย่างมากถึง 29.27% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวดีขึ้นจาก 16.04% เป็น 19.66% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ ประกอบกับ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้จากการขายลดลง: สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำและสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์หลักอย่างใบผาลและใบดันดินลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าใบเกลียวยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการตลาดผ่าน Social Platform ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าใบโรตารีให้เพิ่มขึ้นก็ตาม
  • อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น: แม้รายได้จะลดลง แต่ GPM กลับดีขึ้น เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล็กเริ่มปรับลดลง
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น: ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากการสำรวจตลาดในต่างประเทศ (CLMV) ค่าโฆษณาออนไลน์ และค่าบริการโปรแกรม CRM ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากการจัดกิจกรรมพนักงาน การเช่าพื้นที่สำนักงานใหม่เพื่อเป็นสาขาที่ 4 และการเช่าพื้นที่โรงสกัดของบริษัทย่อย ทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม สถานการณ์ภัยแล้งและแนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและกำลังซื้อของลูกค้าในระยะต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของบริษัทได้ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีการปรับกลยุทธ์การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 56.80% YoY อยู่ที่ 4.70 ล้านบาท จาก 10.88 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้จากการขาย Q2/66 ลดลง 29.27% YoY อยู่ที่ 109.69 ล้านบาท โดยเฉพาะใบผาลและใบดันดิน
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/66 ปรับดีขึ้น เป็น 19.66% จาก 16.04% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ลดลง
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น สาเหตุจากการสำรวจตลาดต่างประเทศ ค่าโฆษณาออนไลน์ และการเช่าพื้นที่สำนักงาน/โรงสกัดใหม่
  • สินค้าคงเหลือลดลง 27.98% ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 209.83 ล้านบาท จาก 291.35 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากการระบายสินค้าช่วง High Season และการชะลอซื้อวัตถุดิบ
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 319.18% ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 118.46 ล้านบาท จาก 28.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 4.70 ล้านบาท ลดลง 56.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.88 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 109.69 ล้านบาท ลดลง 29.27% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 32.31% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.66% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 15.68 ล้านบาท ลดลง 41.41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.76 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 277.36 ล้านบาท ลดลง 16.06% ต้นทุนขายและบริการลดลง 16.64% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 17.40% แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง

โอกาส

  • การตลาดผ่าน Social Platform: การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มใบโรตารีให้ดีขึ้น และได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า End User
  • ราคาวัตถุดิบเหล็กมีแนวโน้มลดลง: เป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
  • การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ: การชะลอการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อบริหารสินค้าคงเหลือให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ความเสี่ยง

  • สถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศแปรปรวน: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นตลาดหลักของผลิตภัณฑ์ใบผาล ใบดันดิน และใบเกลียว
  • แนวโน้มปรากฏการณ์เอลนีโญ: อาจทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณความต้องการสินค้าในระยะยาว
  • ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: การขยายตลาดต่างประเทศ การลงทุนด้านการตลาดออนไลน์ และการขยายสาขา/พื้นที่การผลิต อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มปริมาณน้ำและสภาพอากาศ: ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างใกล้ชิด
  • ยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก: โดยเฉพาะใบผาล ใบดันดิน และใบเกลียว ว่าจะฟื้นตัวได้หรือไม่
  • ประสิทธิภาพของการตลาดออนไลน์: การขยายผลการทำตลาดผ่าน Social Platform ต่อเนื่อง
  • การควบคุมต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
  • การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: ให้มีระดับที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization Rate: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่อาจลดลง
  • Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book
  • ราคาวัตถุดิบ: ราคาวัตถุดิบเหล็กมีแนวโน้มปรับลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
  • GPM: ปรับตัวดีขึ้นใน Q2/66 อยู่ที่ 19.66% จาก 16.04% ในปีก่อน
  • การส่งออก: มีการสำรวจตลาดในกลุ่ม CLMV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าเงิน: มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อย
  • สินค้าคงคลัง: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการที่ดีขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 646.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.19% จากสิ้นปี 65
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: เพิ่มขึ้นอย่างมาก 319.18% เป็น 118.46 ล้านบาท จาก 28.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
  • สินค้าคงเหลือ: ลดลง 27.98% เป็น 209.83 ล้านบาท จาก 291.35 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
  • หนี้สินรวม: ลดลง 4.53% เป็น 139.98 ล้านบาท จาก 146.62 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
  • เงินกู้ยืมระยะสั้น: ลดลง 19.04% เป็น 51.80 ล้านบาท จาก 63.98 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 1.58% เป็น 507.01 ล้านบาท จาก 499.14 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65

สรุปท้าย

KWM ในไตรมาส 2/2566 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยภายนอกอย่างภัยแล้ง แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หดตัวและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ลดลงและเงินสดที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสภาพอากาศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น