LDC สรุปผลประกอบการ Q2/2566
LDC กำไร Q2/66 พุ่ง 34.93% รับรายได้อื่นโต-คุมต้นทุนบริการ
LDC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิพุ่ง 8.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการบริการจะลดลง แต่ได้แรงหนุนจากรายได้อื่นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ดีขึ้น ขณะที่งวด 6 เดือนแรก กำไรสุทธิอยู่ที่ 14.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.43%
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ LDC มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2566 และงวด 6 เดือนแรก คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้อื่น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ลดลงตามสัดส่วนรายได้จากการบริการที่ลดลง
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- รายได้อื่นพุ่งสูง: ในไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้อื่นอยู่ที่ 6.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 246.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากคอร์สความงามที่หมดอายุการให้บริการ รายได้ค่าเช่าพื้นที่ในส่วนความงามสาขารามอินทรา กม.10 และที่สำคัญคือ กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ (ที่ดินและอาคารสาขาเสรีไทย) ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการอย่างมาก สำหรับงวด 6 เดือนแรก รายได้อื่นอยู่ที่ 8.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.56% โดยมีสาเหตุคล้ายคลึงกัน
- ต้นทุนบริการลดลงตามสัดส่วน: แม้รายได้จากการบริการจะลดลง 8.48% ในไตรมาส 2 และ 4.52% ในงวด 6 เดือนแรก เนื่องจากลูกค้าชะลอการใช้บริการและปิดดำเนินการในส่วนความงาม แต่ต้นทุนบริการกลับลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (ลดลง 5.58% ใน Q2 และ 3.48% ใน 6 เดือนแรก) โดยเป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าตอบแทนแพทย์ ต้นทุนเวชภัณฑ์ และต้นทุนค่าแล็บทันตกรรม ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
ลักษณะครั้งคราว โดยมีโอกาสต่อเนื่องจากรายได้ค่าเช่าและคอร์สความงามที่หมดอายุ แต่ กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์เป็นรายการพิเศษที่ไม่เกิดขึ้นประจำ การเติบโตของรายได้อื่นในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับแรงหนุนอย่างมากจากรายการนี้ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในไตรมาสถัดไป ขณะที่รายได้จากการบริการยังคงเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของลูกค้า
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 34.93% YoY: อยู่ที่ 8.53 ล้านบาท จาก 6.32 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้อื่นพุ่งสูง 246.99% YoY ใน Q2/66: รับผลบวกจากคอร์สความงามหมดอายุ, ค่าเช่าพื้นที่ และกำไรจากการขายสินทรัพย์
- รายได้จากการบริการลดลง 8.48% YoY ใน Q2/66: สาเหตุจากลูกค้าชะลอการซื้อบริการทันตกรรม และการปิดดำเนินการส่วนความงาม
- ต้นทุนบริการลดลงตามสัดส่วนรายได้: ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง
- ต้นทุนจัดจำหน่ายลดลง 26.28% YoY ใน Q2/66: จากการลดค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย
- ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 14.57% YoY ใน Q2/66: จากการปรับค่าตอบแทนพนักงานและการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าสินทรัพย์
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) หรือ LDC มีรายได้รวม 107.89 ล้านบาท ลดลง 4.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการบริการ 101.60 ล้านบาท ลดลง 8.48% เนื่องจากลูกค้าชะลอการซื้อบริการทันตกรรมและปิดดำเนินการในส่วนความงาม อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 246.99% เป็น 6.30 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้คอร์สความงามที่หมดอายุ ค่าเช่าพื้นที่ และกำไรจากการขายสินทรัพย์ (ที่ดินและอาคารสาขาเสรีไทย)
ต้นทุนบริการลดลง 5.58% ตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.22 ล้านบาท ลดลง 19.74% ต้นทุนจัดจำหน่ายลดลง 26.28% จากการลดค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขาย แต่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 14.57% จากการปรับค่าตอบแทนพนักงานและการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าสินทรัพย์ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 18.04% จากดอกเบี้ยเงินกู้ซื้ออาคารสาขาแจ้งวัฒนะ
ผลประกอบการโดยรวมในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 8.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 7.90% เพิ่มขึ้นจาก 5.60% ในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 217.09 ล้านบาท ลดลง 2.12% รายได้จากการบริการลดลง 4.52% แต่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 153.56% ต้นทุนบริการลดลง 3.48% ต้นทุนจัดจำหน่ายลดลง 36.93% ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 12.95% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.45% ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 14.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.43% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 6.60% เพิ่มขึ้นจาก 4.56% ในปีก่อน
โอกาส
- การรับรู้รายได้จากคอร์สความงามที่หมดอายุและค่าเช่าพื้นที่: เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้อื่น
- การปรับโครงสร้างต้นทุนและการยกระดับมาตรฐานบริการ: ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแรก
- การลงทุนในสาขาใหม่: การซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ และการทำสัญญาเช่าศูนย์ทันตกรรมใหม่ 2 แห่งในต่างจังหวัด (ตรัง, ชุมพร) รวมถึงการต่อสัญญาเช่าสาขาเดิม เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
ความเสี่ยง
- การชะลอตัวของการใช้บริการทันตกรรม: เป็นปัจจัยกดดันรายได้จากการบริการหลักของบริษัท
- การปิดดำเนินการในส่วนความงาม: ส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนดังกล่าว
- การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบริหาร: โดยเฉพาะการปรับค่าตอบแทนพนักงาน และการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
- ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: จากการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้จากการบริการ: การฟื้นตัวของจำนวนลูกค้าและปริมาณการใช้บริการทันตกรรม
- ผลกระทบจากการปิดดำเนินการส่วนความงาม: จะมีการปรับกลยุทธ์หรือหาแหล่งรายได้อื่นมาทดแทนหรือไม่
- การบริหารจัดการต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายบริหาร: เพื่อรักษาอัตรากำไรในภาวะที่รายได้จากการบริการยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- ความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด: และผลตอบรับจากลูกค้า
- การรับรู้รายได้จากรายการพิเศษ: โดยเฉพาะกำไรจากการขายสินทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไร Q2/66 เติบโตโดดเด่น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากการบริการ: ลดลง 8.48% ใน Q2/66 และ 4.52% ในงวด 6 เดือนแรก โดยมีสาเหตุหลักจากลูกค้าชะลอการซื้อบริการทันตกรรม และการปิดดำเนินการในส่วนความงาม ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังคงมีความท้าทาย
- รายได้อื่น: เติบโตอย่างก้าวกระโดด 246.99% ใน Q2/66 และ 153.56% ในงวด 6 เดือนแรก ปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษคือ กำไรจากการขายสินทรัพย์ (ที่ดินและอาคารสาขาเสรีไทย) รวมถึงรายได้จากคอร์สความงามที่หมดอายุ และค่าเช่าพื้นที่
- ต้นทุนบริการ: ลดลง 5.58% ใน Q2/66 และ 3.48% ในงวด 6 เดือนแรก สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แสดงถึงการควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดีในระดับหนึ่ง
- ต้นทุนจัดจำหน่าย: ลดลง 26.28% ใน Q2/66 และ 36.93% ในงวด 6 เดือนแรก จากการลดค่าโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้
- ค่าใช้จ่ายบริหาร: เพิ่มขึ้น 14.57% ใน Q2/66 และ 12.95% ในงวด 6 เดือนแรก จากการปรับค่าตอบแทนพนักงาน และการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์สิทธิการใช้สาขานครราชสีมา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายสินทรัพย์
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 571.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.07% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการนำไปจ่ายซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ ขณะที่ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการซื้ออาคารสาขาแจ้งวัฒนะและขายสาขาเสรีไทย รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้นจากการทำสัญญาเช่าสาขาใหม่ในต่างจังหวัด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 319.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.50% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดินและอาคารสาขาแจ้งวัฒนะ และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นจากการทำสัญญาเช่าสาขาใหม่
ส่วนของเจ้าของมีจำนวน 251.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.03% จากผลการดำเนินงานที่มีกำไร
สรุปท้าย
LDC โชว์กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโตโดดเด่น 34.93% จากแรงหนุนของรายได้อื่นที่พุ่งสูงจากการขายสินทรัพย์และรายการพิเศษอื่นๆ แม้รายได้จากการบริการจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของลูกค้า แต่การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ลดลงตามสัดส่วนช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการบริการ และผลกระทบจากค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงประเมินว่าการเติบโตของรายได้อื่นในลักษณะนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ในอนาคต