LHFG กำไรสุทธิครึ่งปีแรกพุ่ง 61.3% รับแรงหนุนจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและสินเชื่อขยายตัวหนุนผลประกอบการ LHFG เติบโตโดดเด่น
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,201.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกำไรสุทธิของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ LHFG ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 61.3% มาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิของ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลัก โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 119.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้มาจาก การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของสินเชื่อของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มาจากการมุ่งเน้นการเติบโตในพอร์ตสินเชื่อที่สร้างผลตอบแทนที่ดี (Higher Yield) โดยเฉพาะ สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เติบโตมากกว่า 16% จากสิ้นปี 2565 ประกอบกับการ ปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังคงบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยยังคงตั้งสำรองค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในพอร์ตสินเชื่อ Higher Yield และการขยายฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อยผ่านช่องทางดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาบริการ Trade Finance และการ Collaboration ภายในกลุ่มการเงินเพื่อบริหารฐานลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การลงทุนใน Digital Transformation และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อที่อาจเพิ่มขึ้นจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 61.3% แตะ 1,201.9 ล้านบาท
- ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ทำกำไรสุทธิ 943.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.0%
- สินเชื่อที่อยู่อาศัยเติบโตกว่า 16% จากสิ้นปี 2565
- NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 2.32% ณ สิ้น Q2/2566 จาก 2.09% ณ สิ้นปี 2565
- Coverage Ratio สูงที่ 228.73% สะท้อนการตั้งสำรองที่แข็งแกร่ง
ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 LHFG มีกำไรสุทธิ 1,201.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ
ในส่วนของ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 3,364.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 34.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 86.7%
สำหรับ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิ ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,005.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% YoY ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และรายได้จากการดำเนินงานอื่น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่น ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,896.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% YoY โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของค่าภาษีอากร ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณา และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์
กำไรจากการดำเนินงานก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้ ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 2,474.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% YoY
กำไรสุทธิ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,201.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.3% YoY และ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน อยู่ที่ 0.057 บาท เพิ่มขึ้น 61.9% YoY
โอกาส
- การเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัย: ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและสร้างผลตอบแทนที่ดี
- การขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล: การพัฒนา Mobile Application ใหม่ LHB YOU และการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษ B YOU MAX จะช่วยขยายฐานลูกค้าเงินฝากรายย่อย
- การพัฒนาบริการ Trade Finance: ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับลูกค้าธุรกิจ
- Digital Transformation: การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- Sustainable Banking: การดำเนินธุรกิจอย่างมีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความยั่งยืนในระยะยาว
ความเสี่ยง
- คุณภาพสินเชื่อ: การเพิ่มขึ้นของ NPL Ratio เป็น 2.32% และการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกค้า COVID-19 อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต
- ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย: ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน
- การแข่งขันในภาคการเงิน: ภาคการธนาคารมีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทาง NPL Ratio และ Coverage Ratio: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสินเชื่อด้อยคุณภาพและการตั้งสำรองอย่างใกล้ชิด
- การเติบโตของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ: ประเมินการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มต่างๆ
- ประสิทธิภาพของช่องทางดิจิทัล: วัดผลความสำเร็จของการขยายฐานลูกค้าผ่าน Mobile Application LHB YOU
- ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ NIM และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง
- การบริหารจัดการต้นทุน: ประเมินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ภาพรวมกลุ่มธุรกิจ: LHFG ประกอบด้วยธุรกิจหลักคือ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:
- NIM: สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 2.50% เพิ่มขึ้นจาก 2.41% ในปีก่อน
- NPL Ratio: เพิ่มขึ้นเป็น 2.32% ณ สิ้น Q2/2566 จาก 2.09% ณ สิ้นปี 2565
- Coverage Ratio: อยู่ที่ 228.73% ณ สิ้น Q2/2566
- สินเชื่อ: สินเชื่อที่อยู่อาศัยเติบโตกว่า 16% YoY สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ลดลง 12.4% ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 15.8%
- เงินฝาก: เงินรับฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลามีสัดส่วนสูงสุดที่ 55.2% และเงินฝากออมทรัพย์ 30.2%
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:
- รายได้ค่านายหน้า: ลดลง 31.0% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เนื่องจากภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ซบเซา มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง
- กำไรสุทธิ: ลดลง 36.0% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:
- มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM): กองทุนรวมอยู่ที่ 55,643.7 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.02% YoY
- กำไรสุทธิ: ลดลง 15.3% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ภาพรวมกลุ่ม LHFG:
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 292,411.5 ล้านบาท ลดลง 3.0% YTD
- หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 256,062.3 ล้านบาท ลดลง 3.3% YTD โดยส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก
- ส่วนของเจ้าของรวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 36,349.2 ล้านบาท ลดลง 1.4% YTD
- CAR: อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 15.774% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
ภาพรวมธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์:
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 287,430.5 ล้านบาท ลดลง 2.8% YTD
- หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 251,692.5 ล้านบาท ลดลง 3.4% YTD โดยส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก
- ส่วนของเจ้าของรวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 35,738.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% YTD
สรุปท้าย
LHFG โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2566 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังมีความไม่แน่นอน แต่การมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพ การขยายฐานลูกค้าดิจิทัล และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของ NPL Ratio และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด