เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
M-CHAI กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 44% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้ COVID หาย
ข่าวสาร

M-CHAI กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 44% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้ COVID หาย

M-CHAI P/E 19.43 YIELD 2.11
6 วัน 07:32 น. 0 ความเห็น

รายได้ผู้ป่วยทั่วไปชดเชยรายได้ COVID ได้บางส่วน แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันกำไรสุทธิ

บริษัท โรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน) หรือ M-CHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 75.07 ล้านบาท ลดลง 59.90 ล้านบาท หรือ 44.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 ที่ลดลง แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยทั่วไปจะเพิ่มขึ้นจากการขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำใหกำไรสุทธิของ M-CHAI ในไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลง 44.38% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก การเพิ่มขึ้นของต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ โดยมีปัจจัยเสริมคือรายได้จากการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุไว้:

  • รายได้: แม้รายได้ค่ารักษาพยาบาลโดยรวมเพิ่มขึ้น 12.56% หรือ 177.97 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนหนึ่งมาจากการขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่และการเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการผู้ป่วยทั่วไป อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการผู้ป่วย COVID-19 ในปี 2566 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้รวม
  • ต้นทุน: ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 18.44% หรือ 228.51 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนยา เวชภัณฑ์ ด้านบุคลากร การแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยแห่งใหม่ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้มีสัดส่วนที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรลดลง
  • ต้นทุนทางการเงิน: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.56% หรือ 18.93 ล้านบาท อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคารที่สูงขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม

จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะสามารถบริหารจัดการได้ในระยะยาวหรือไม่ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าเสื่อมราคาของบริษัทย่อยแห่งใหม่ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่และการเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการผู้ป่วยทั่วไปเป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจาก COVID-19 ได้ในอนาคต จึงจำเป็นต้องติดตามผลการดำเนินงานในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 44.38% YoY: อยู่ที่ 75.07 ล้านบาท จาก 134.97 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 12.56% YoY: เป็น 1,594.04 ล้านบาท จาก 1,416.07 ล้านบาท
  • ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 18.44% YoY: เป็น 1,489.86 ล้านบาท จาก 1,258.35 ล้านบาท
  • ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.56% YoY: เป็น 93.05 ล้านบาท จาก 74.12 ล้านบาท
  • ปัจจัยหลัก: รายได้ COVID-19 ลดลง, ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากร และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น, อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2566 ของ M-CHAI แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการขยายตัวของผู้ป่วยทั่วไปและโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากร ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ

โอกาส

  • การขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่: การเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการในโรงพยาบาลแห่งใหม่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงการเติบโตของฐานลูกค้าและศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
  • การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยทั่วไป: การที่รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปเพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ไม่ใช่ COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ และเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากร และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการหรือส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาบริการได้
  • อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น: ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
  • การพึ่งพารายได้จาก COVID-19: แม้จะลดลง แต่การที่รายได้จาก COVID-19 เคยเป็นส่วนสำคัญของรายได้ แสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้หากมีปัจจัยภายนอกมากระทบ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และบุคลากร
  • การเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปและโรงพยาบาลแห่งใหม่
  • ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน
  • การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ป่วย COVID-19 และผลกระทบต่อรายได้
  • แผนการดำเนินงานและการลงทุนเพิ่มเติมของบริษัท

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้ค่ารักษาพยาบาล: เพิ่มขึ้น 177.97 ล้านบาท (12.56%) โดยมีปัจจัยหลักจากการขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่และการเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการผู้ป่วยทั่วไป แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วย COVID-19 จะลดลง
  • ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 228.51 ล้านบาท (18.44%) โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนยา เวชภัณฑ์ ด้านบุคลากร การแพทย์ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคาของบริษัทย่อยแห่งใหม่
  • ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 18.93 ล้านบาท (25.56%) จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)

สรุปท้าย

M-CHAI เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนยา เวชภัณฑ์ บุคลากร และค่าเสื่อมราคา ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 44.38% แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยทั่วไปจะเติบโตได้จากการขยายงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรายได้ COVID-19 ที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและศักยภาพการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น