เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KDH Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 37% รับแรงหนุนรายได้โรงพยาบาลฟื้นตัว
ข่าวสาร

KDH Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 37% รับแรงหนุนรายได้โรงพยาบาลฟื้นตัว

KDH P/E 10.41 YIELD 3.20
เดือนที่แล้ว 07:06 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 18% จากฐานปีก่อนต่ำ ขณะที่กำไรสุทธิโต 37% หลังบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ

บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 27.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 18.4% มาอยู่ที่ 54.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการฟื้นตัวของรายได้จากโรงพยาบาลและบริการผู้ป่วยนอก ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KDH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากโรงพยาบาลและบริการผู้ป่วยนอก ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

1) หัวใจคืออะไร

ผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้มีหัวใจหลักอยู่ที่ การเติบโตของรายได้จากโรงพยาบาล (Inpatient) ที่เพิ่มขึ้น 13.2% คิดเป็น 54.3 ล้านบาท และ รายได้จากบริการผู้ป่วยนอก (Outpatient) ที่เพิ่มขึ้น 35.4% คิดเป็น 24.0 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 18.4% มาอยู่ที่ 54.0 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 37.1% มาอยู่ที่ 27.0 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ

  1. การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางที่กลับมาปกติ: ทำให้จำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เดินทางมารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้จากโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 13.2% มาจากการที่ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับการรักษาตามปกติ และการเติบโตของบริการด้านความงาม
  2. การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการ: รายได้จากบริการผู้ป่วยนอกที่เติบโตถึง 35.4% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้บริการคลินิกต่างๆ โดยเฉพาะคลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนการให้บริการทางการแพทย์มีการควบคุมที่ดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโตขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "การเดินทางที่กลับมาปกติ" เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อรายได้ ซึ่งแนวโน้มนี้คาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้นถึงกลาง นอกจากนี้ การเติบโตของบริการด้านความงามและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยในอนาคต

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 37.1% YoY แตะ 27.0 ล้านบาท
  • รายได้รวม Q2/2566 เพิ่มขึ้น 18.4% YoY อยู่ที่ 54.0 ล้านบาท
  • รายได้จากโรงพยาบาล (IP) ฟื้นตัว 13.2% YoY จากการกลับมารักษาตามปกติและบริการความงาม
  • รายได้บริการผู้ป่วยนอก (OP) พุ่ง 35.4% YoY จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH มีรายได้รวม 54.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% เมื่อเทียบกับ 45.8 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากโรงพยาบาล (IP) 13.2% และรายได้จากบริการผู้ป่วยนอก (OP) 35.4% การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 37.1% มาอยู่ที่ 27.0 ล้านบาท จาก 19.7 ล้านบาทในปีก่อน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของภาคบริการสุขภาพ: การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางที่ปกติ ทำให้ผู้ป่วยกลับมาเข้ารับบริการทางการแพทย์มากขึ้น ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
  • การเติบโตของบริการด้านความงาม: เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้จากโรงพยาบาลให้เติบโต
  • การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้รักษาอัตรากำไรที่ดีได้

ความเสี่ยง

  • การระบาดของโรคติดต่อ: ความเสี่ยงจากการระบาดของโรคติดต่อต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยและการดำเนินงานของโรงพยาบาล
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ: การแข่งขันที่สูงในธุรกิจโรงพยาบาลและคลินิก อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะบริการที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในในไตรมาสถัดไป
  • ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • การขยายตัวของบริการด้านความงาม และผลตอบรับจากตลาด
  • ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การระบาดของโรค หรือภาวะเศรษฐกิจ
  • แผนการดำเนินงานและกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากโรงพยาบาล (IP): เติบโต 13.2% YoY มาอยู่ที่ 54.3 ล้านบาท สะท้อนถึงการกลับมาเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยตามปกติ และการเติบโตของบริการด้านความงาม
  • รายได้จากบริการผู้ป่วยนอก (OP): เติบโตโดดเด่น 35.4% YoY มาอยู่ที่ 24.0 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI Clinic)
  • ต้นทุนการให้บริการ: มีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้สามารถรองรับการเติบโตของรายได้และรักษาอัตรากำไรได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้)

สรุปท้าย

KDH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตแข็งแกร่งจากแรงหนุนของรายได้โรงพยาบาลและบริการผู้ป่วยนอกที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นกว่า 37% ฝ่ายจัดการมองว่าปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มการเดินทางที่กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น