ONSENS สรุปผลประกอบการ ปี/2567
ONSENS กำไรสุทธิปี 67 หดตัว 23.5% รับต้นทุนบริหารพุ่ง-ส่วนแบ่งขาดทุนร่วมค้า
ฝ่ายจัดการ ONSENS ชี้ปี 2567 รายได้รวมเติบโต 5.4% แต่กำไรสุทธิลดลง 23.5% จากปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าที่พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนคงที่ได้ดี
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ONSENS ในปี 2567 ลดลง 23.51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 43.52 ล้านบาท เหลือ 33.29 ล้านบาท) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 2) การพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า จากที่เคยมีกำไร 5.78 ล้านบาทในปี 2566 กลับกลายเป็นขาดทุน 0.62 ล้านบาทในปี 2567
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้นถึง 38.26% หรือ 14.76 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มจำนวนผู้บริหารและพนักงานฝ่าย Back Office เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า (ONSEN-SG) เกิดจากการที่จำนวนลูกค้าลดลงเนื่องจากการปรับขึ้นค่าบริการสปา การลดการส่งเสริมการขาย และการขาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปิดให้บริการเพื่อซ่อมบำรุงประมาณ 2 สัปดาห์ในเดือนธันวาคม 2567 ทำให้รายได้ลดลงและส่งผลให้เกิดผลขาดทุน
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวม ปรับตัวดีขึ้นจาก 42.31% เป็น 44.87% ซึ่งเป็นผลดีจากการที่รายได้รวมเติบโต 5.40% ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าสาธารณูปโภค
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรและการเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ก็อาจช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรสุทธิได้
ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า มีลักษณะที่อาจไม่ต่อเนื่องในระยะยาว หาก ONSEN-SG สามารถปรับกลยุทธ์การตลาด การบริการ และการส่งเสริมการขายให้กลับมาดึงดูดลูกค้าได้อีกครั้ง หรือหากมีการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่จากข้อมูลที่ระบุว่ามีการปิดซ่อมบำรุงในเดือนธันวาคม 2567 อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
อัตรากำไรขั้นต้น มีโอกาสที่จะรักษาหรือปรับตัวดีขึ้นได้ หากรายได้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนคงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยรวมแล้ว ปัจจัยลบที่กดดันกำไรสุทธิในปี 2567 เช่น ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจมีลักษณะที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ ขณะที่ปัจจัยบวกจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นมีโอกาสที่จะรักษาไว้ได้
Highlight สำคัญ
- รายได้รวมเติบโต 5.40%: อยู่ที่ 288.65 ล้านบาท จากปีก่อน 273.86 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้บริการออนเซ็นและสปาที่เพิ่มขึ้น 5.83% และรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 12.57%
- กำไรสุทธิลดลง 23.51%: อยู่ที่ 33.29 ล้านบาท จากปีก่อน 43.52 ล้านบาท
- อัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้น: เพิ่มขึ้นจาก 42.31% เป็น 44.87% จากการบริหารต้นทุนคงที่ได้ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
- ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่ง 38.26%: เพิ่มขึ้น 14.76 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างองค์กรและเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
- ส่วนแบ่งขาดทุนจากร่วมค้า: พลิกจากกำไร 5.78 ล้านบาท เป็นขาดทุน 0.62 ล้านบาท จากลูกค้าลดลงและปรับลดการส่งเสริมการขาย
- การลงทุนในสินทรัพย์: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 33.22% ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในสาขาใหม่ KLAI และการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่า
ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2567 บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS มีรายได้รวม 288.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.40% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้บริการออนเซ็นและสปาที่เติบโต 5.83% ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 12.57% จากการเพิ่มเมนูพรีเมียม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 10.26% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 24.38% และกำไรสุทธิลดลง 23.51% มาอยู่ที่ 33.29 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 15.89% เป็น 11.53% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
โอกาส
- การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้บริการออนเซ็นและสปา
- การเพิ่มเมนูพรีเมียม: ช่วยหนุนรายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม
- การขยายสาขา: การลงทุนในสาขาใหม่ เช่น KLAI สาขาเยาวราช และการทำสัญญาเช่าสาขาทองหล่อ เป็นการขยายฐานรายได้ในอนาคต
- การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ: อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
ความเสี่ยง
- ต้นทุนค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น: การปรับโครงสร้างองค์กรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจกดดันกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
- ผลประกอบการของกิจการร่วมค้า: ส่วนแบ่งขาดทุนจาก ONSEN-SG เป็นปัจจัยลบที่ต้องติดตาม
- การแข่งขันในธุรกิจบริการ: การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งการตลาด
- ความผันผวนของต้นทุน: แม้ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นคงที่ แต่ต้นทุนผันแปร เช่น ค่าสาธารณูปโภค อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการบริหาร: จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ หลังจากการปรับโครงสร้างองค์กร
- ผลการดำเนินงานของสาขา KLAI: โดยเฉพาะสาขาใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ
- กลยุทธ์การตลาดและการบริการของ ONSEN-SG: เพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการของกิจการร่วมค้า
- การบริหารจัดการต้นทุนคงที่: เพื่อรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่อเนื่อง
- ความคืบหน้าในการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ: และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้บริการออนเซ็นและสปา: เพิ่มขึ้น 5.83% จากจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้น 4.14% และค่าบริการเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 1.63% สะท้อนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการปรับราคาที่เหมาะสม
- รายได้จากการขาย: เพิ่มขึ้น 12.57% จากการเพิ่มเมนูพรีเมียม เช่น ซูชิ ปลาดิบ และการจัดโปรโมชั่นเซตเมนู
- อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการ: ดีขึ้นจาก 43.14% เป็น 45.87% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมดีขึ้นจาก 42.31% เป็น 44.87% ซึ่งเป็นผลดีจากการบริหารต้นทุนคงที่ท่ามกลางรายได้ที่เติบโต
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย: เพิ่มขึ้น 25.94% จากการจัดกิจกรรมทางการตลาด เช่น งานครบรอบ 12 ปี Yunomori และการจัดนิทรรศการ The Sparkle of Summer รวมถึงการโปรโมทสาขา KLAI
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2567 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 871.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.22% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 27.66% เนื่องจากมีการลงทุนในสาขา KLAI และมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน ที่สำคัญคือการชำระเงินกู้ยืมและหนี้สินตามสัญญาเช่า ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 45.94% จากการลงทุนในสาขาใหม่ KLAI และการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่าทองหล่อ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 42.23% โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า หนี้สินตามสัญญาเช่า และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 15.00% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
สรุปท้าย
ONSENS ในปี 2567 เผชิญกับแรงกดดันต่อกำไรสุทธิจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและการพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีและอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม การลงทุนในสาขาใหม่และการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป ขณะที่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้บริการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง