TSTH กำไรสุทธิ 12 เดือนโตแรง 460% รับยอดขายในประเทศหนุน - MD&A Q4/2569
รายได้ Q4/2569 หดตัว YoY แต่ภาพรวม 12 เดือนสดใส จากแรงส่งเหล็กเส้นในประเทศ
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีการเงิน 2569 (มกราคม-มีนาคม 2569) โดยมีรายได้จากการขายและบริการที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 6,382 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ปริมาณการขายสินค้าโดยรวมปรับตัวดีขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TSTH ในงวด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 460% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และ ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตา Electric Arc Furnace (EAF) ที่ต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมทั้งปีเพิ่มขึ้น แม้ว่าในไตรมาส 4/2569 รายได้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการปรับลดราคาขาย แต่ภาพรวมทั้งปีแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวและเติบโตของธุรกิจ
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายสินค้าในไตรมาส 4/2569 เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สำหรับผลประกอบการสะสม 12 เดือน ปริมาณยอดขายปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นในประเทศที่แข็งแกร่ง ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตา EAF ที่ยังคงต่อเนื่อง และบรรยากาศตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่ายอดขายส่งออกจะลดลงบ้างก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้จากการขายรวม 12 เดือนอยู่ที่ 26,389 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตา EAF ที่ยังคงต่อเนื่อง และบรรยากาศตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม การปรับลดราคาขายในไตรมาส 4/2569 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูทิศทางราคาขายในอนาคต รวมถึงความผันผวนของตลาดส่งออก
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ 12 เดือนโตแรง 460%: บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 417 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
- รายได้รวม 12 เดือนเพิ่มขึ้น: รายได้จากการขายรวม 12 เดือนอยู่ที่ 26,389 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- ปริมาณขาย Q4/2569 เพิ่มขึ้น 17% QoQ: ได้แรงหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นในประเทศที่แข็งแกร่ง
- ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2,230 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 3,099 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปีการเงิน 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 6,382 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดราคาขาย อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศ สำหรับผลกำไรก่อนภาษีเงินได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 198 ล้านบาท ลดลงจาก 619 ล้านบาทในไตรมาสก่อน แต่สูงกว่า 189 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการงวด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีกำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 2,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 417 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
โอกาส
- ความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตา Electric Arc Furnace (EAF) ที่ต่อเนื่อง: บ่งชี้ถึงความต้องการสินค้าเฉพาะกลุ่มที่ยังคงมีอยู่
- บรรยากาศตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น: สะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของอุตสาหกรรม
- การเพิ่มขึ้นของยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศ: แสดงถึงความแข็งแกร่งของตลาดในประเทศ
ความเสี่ยง
- การปรับลดราคาขาย: เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาส 4/2569 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ความผันผวนของยอดขายส่งออก: แม้ภาพรวม 12 เดือนจะดีขึ้น แต่ยอดขายส่งออกในบางช่วงอาจมีการปรับลดลง
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ทิศทางราคาขายเหล็กเส้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- แนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตา EAF
- การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศตลาดโดยรวม
- ปริมาณและมูลค่าคำสั่งซื้อในอนาคต (Order Book)
- ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีข้อมูลเพิ่มเติม)
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- ปริมาณการขาย: ในไตรมาส 4/2569 ปริมาณการขายอยู่ที่ 340,000 ตัน เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายเหล็กเส้นภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- รายได้จากการขาย: ในไตรมาส 4/2569 อยู่ที่ 6,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ผลลัพธ์ลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดราคาขาย
- กำไรก่อนภาษี: ในไตรมาส 4/2569 อยู่ที่ 198 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่สูงกว่าปีก่อนหน้า สำหรับงวด 12 เดือน กำไรอยู่ที่ 2,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2,230 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3,099 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 486 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง 453 ล้านบาท
ในด้านหนี้สินและส่วนของเจ้าของรวมเพิ่มขึ้น 2,230 ล้านบาท จากวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยมีภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่ายเพิ่มขึ้น 207 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 2,002 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด
สรุปท้าย
TSTH โชว์ผลประกอบการ 12 เดือนสิ้นสุด มี.ค. 2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 460% จากแรงหนุนหลักของยอดขายเหล็กเส้นในประเทศที่แข็งแกร่งและความต้องการผลิตภัณฑ์ EAF ที่ต่อเนื่อง แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 4/2569 จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดราคาขายเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ภาพรวมทั้งปีแสดงถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของเงินสด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาขายและสภาวะตลาดส่งออกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต