ONSENS Q2/2568 กำไรสุทธิวูบ 90% รับผลกระทบต้นทุนสาขาใหม่-เศรษฐกิจชะลอ
รายได้บริการหดตัว 4.7% หลังผู้ใช้บริการลดลง สวนทางค่าบริการเฉลี่ยที่ปรับขึ้นเล็กน้อย
บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ONSENS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 0.92 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 9.81 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 4.16% ประกอบกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่และการดำเนินงานที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ONSENS ในไตรมาส 2 ปี 2568 หดตัวลงอย่างมาก คือ การเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช ที่เริ่มดำเนินการปลายปี 2567 ส่งผลให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น แต่รายได้ของสาขายังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัว ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโดยรวมลดลง ทำให้กำไรสุทธิลดลงจาก 9.81 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 0.92 ล้านบาท
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้บริการออนเซ็นและสปาลดลง 4.72% เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนลดลงจาก 24,228 คนในปีก่อน เป็น 22,976 คนในไตรมาสนี้ แม้ว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.47% เป็น 790.24 บาท จากการปรับราคาตั้งแต่ปลายปี 2567
- ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการลดลงจาก 45.28% ในปีก่อน เป็น 39.12% ในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช ที่มีต้นทุนพนักงานและค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 26.64% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสาขาใหม่ KLAI เยาวราช
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.88% จากการเพิ่มผู้บริหารและพนักงานฝ่าย Back Office อย่างต่อเนื่อง
- ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า (ONSEN-SG) เพิ่มขึ้น จาก 1.65 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุน 0.82 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานในสิงคโปร์เพิ่มขึ้น และ ONSEN-SG ไม่มีรายได้เงินสนับสนุนการจ้างงานจากรัฐบาลสิงคโปร์เหมือนปีก่อน
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.00% จากการทำสัญญาเช่าสำหรับสาขาใหม่ KLAI เยาวราช และสัญญาเช่าฉบับใหม่สำหรับสาขาทองหล่อ
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วและจะส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็เป็นปัจจัยภายนอกที่ยังคงมีผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2568 อยู่ที่ 0.92 ล้านบาท ลดลง 90.63% YoY จาก 9.81 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวม Q2/2568 อยู่ที่ 64.06 ล้านบาท ลดลง 4.16% YoY จาก 66.84 ล้านบาท
- รายได้บริการออนเซ็นและสปา Q2/2568 อยู่ที่ 54.47 ล้านบาท ลดลง 4.72% YoY จาก 57.17 ล้านบาท โดยจำนวนผู้ใช้บริการลดลง 3.57%
- อัตรากำไรขั้นต้นรวม Q2/2568 อยู่ที่ 38.07% ลดลงจาก 44.47% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากการเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 26.64% จากการโปรโมทสาขาใหม่ KLAI เยาวราช
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.88% จากการเพิ่มผู้บริหารและพนักงาน Back Office
- ส่วนแบ่งขาดทุนจาก ONSEN-SG เพิ่มขึ้น จากกำไร 1.65 ล้านบาท เป็นขาดทุน 0.82 ล้านบาท
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.00% จากสัญญาเช่าสาขาใหม่และสาขาทองหล่อ
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 64.06 ล้านบาท ลดลง 4.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้บริการออนเซ็นและสปาที่ลดลง 4.72% เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนลดลง 3.57% แม้ว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.47% ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 44.47% เป็น 38.07% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.63% มาอยู่ที่ 0.92 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 รายได้รวมลดลง 11.47% เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 40.99% เป็น 38.07% เนื่องจากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทำให้กำไรสุทธิลดลงจาก 5.27 ล้านบาท เป็น 0.92 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 136.42 ล้านบาท ลดลง 2.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้บริการออนเซ็นและสปาลดลง 2.33% จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง 3.53% แม้ว่าอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนจะเพิ่มขึ้น 1.24% ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 43.91% เป็น 39.61% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลง 66.40% มาอยู่ที่ 6.19 ล้านบาท
โอกาส
- การปรับขึ้นอัตราค่าบริการ: บริษัทฯ มีการปรับอัตราค่าบริการออนเซ็นและสปาตั้งแต่ปลายปี 2567 ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลงได้บางส่วน
- การโปรโมทสาขาใหม่: การมีค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสาขาใหม่ KLAI เยาวราช บ่งชี้ถึงความพยายามในการสร้างการรับรู้และดึงดูดลูกค้าให้กับสาขาใหม่ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อรายได้ในอนาคตหากประสบความสำเร็จ
ความเสี่ยง
- เศรษฐกิจชะลอตัวและจำนวนนักท่องเที่ยวหดตัว: เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ของบริษัทฯ
- ต้นทุนคงที่สูง: การที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ ทำให้เมื่อรายได้ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย
- ผลขาดทุนจากสาขาใหม่: การที่สาขาใหม่ KLAI เยาวราช ยังมีรายได้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นแรงกดดันต่อผลกำไรในระยะสั้น
- ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: การมีสัญญาเช่าใหม่สำหรับสาขา KLAI เยาวราช และสาขาทองหล่อ ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มรายได้บริการออนเซ็นและสปา: การฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการและผลจากการปรับขึ้นราคาค่าบริการ
- ผลประกอบการของสาขา KLAI เยาวราช: ความสามารถในการสร้างรายได้ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและสร้างกำไรในอนาคต
- การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสาขาใหม่
- ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค: ผลกระทบต่อการตัดสินใจใช้บริการสปาและออนเซ็น
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ: การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทฯ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้บริการ: รายได้หลักจากบริการออนเซ็นและสปาใน Q2/2568 อยู่ที่ 54.47 ล้านบาท ลดลง 4.72% YoY โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อเดือนลดลง 3.57% เป็น 22,976 คน แต่ราคาบริการเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น 0.47% เป็น 790.24 บาท
- อัตรากำไรขั้นต้น: อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 44.47% ใน Q2/2567 เป็น 38.07% ใน Q2/2568 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพนักงานและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 26.64% และ 9.88% ตามลำดับ จากการโปรโมทสาขาใหม่และการเพิ่มบุคลากรฝ่าย Back Office
- ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน: ONSEN-SG พลิกจากกำไร 1.65 ล้านบาท เป็นขาดทุน 0.82 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนพนักงานสูงขึ้นและไม่มีเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 842.09 ล้านบาท ลดลง 3.38% จากสิ้นปี 2567 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 35.07% จากการดำเนินงาน การลงทุน และการจ่ายคืนเงินกู้ยืม/หนี้สินตามสัญญาเช่า รวมถึงการจ่ายเงินปันผล ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อยจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 603.43 ล้านบาท ลดลง 3.08% จากสิ้นปี 2567 โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจากการจ่ายค่าจดทะเบียนสิทธิการเช่าและค่าออกแบบ ส่วนเงินกู้ยืมลดลงจากการชำระคืนต้นเงินกู้ยืม ขณะที่หนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยตามสัญญาเช่าทองหล่อ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 238.65 ล้านบาท ลดลง 4.14% จากสิ้นปี 2567 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผล 16.50 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสะสมจากการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2568 จำนวน 6.19 ล้านบาท
สรุปท้าย
ผลประกอบการ ONSENS ในไตรมาส 2 ปี 2568 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการเปิดสาขาใหม่ KLAI เยาวราช ที่มีต้นทุนสูงแต่รายได้ยังไม่ครอบคลุม ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและนักท่องเที่ยวหดตัว ทำให้รายได้บริการลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 90.63% แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการปรับขึ้นราคาบริการและพยายามโปรโมทสาขาใหม่ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนคงที่และปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป