เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TTB ปรับกลยุทธ์คุมเข้มสินเชื่อเน้นคุณภาพ พร้อมเปลี่ยนแผนเน้นจ่ายปันผลแทนซื้อหุ้นคืน
ข่าวสาร

TTB ปรับกลยุทธ์คุมเข้มสินเชื่อเน้นคุณภาพ พร้อมเปลี่ยนแผนเน้นจ่ายปันผลแทนซื้อหุ้นคืน

TTB P/E 12.76 YIELD 4.73
5 วัน 00:16 น. 0 ความเห็น

แนวโน้มการดำเนินงานและกลยุทธ์สำคัญ

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ทิศทางของธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) โดยระบุว่าธนาคารยังคงใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่มีความคุ้มค่าต่อความเสี่ยง ได้แก่ สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถแลกเงิน ซึ่งจะคัดกรองเฉพาะลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเท่านั้น ส่งผลให้คาดการณ์ว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H26) นอกจากนี้ ในส่วนของส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาส 2/2569 (2Q26) เนื่องจากธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งฝั่งสินเชื่อและเงินฝากเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

มุมมองต่อการบริหารจัดการเงินทุนและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

ในประเด็นการบริหารจัดการเงินทุน ธนาคารประเมินว่าระดับราคาหุ้นในปัจจุบันที่มีค่า PBV สูงกว่า 1 เท่า ทำให้โครงการซื้อหุ้นคืนไม่จูงใจเท่าที่ควร โดยธนาคารมีวงเงินซื้อหุ้นคืนที่เหลืออยู่อีกประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถใช้ได้จนถึงปี 2028 อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมาใช้วิธีการจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นแทนการซื้อหุ้นคืน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ถือหุ้นที่ต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผลมากกว่าการลดจำนวนหุ้นในตลาด

ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์

จากการประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ได้ให้คำแนะนำ SELL (ขาย) สำหรับหุ้น TTB โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือ แม้ธนาคารจะสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี แต่ด้วยกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อที่เน้นความระมัดระวังและเน้นเฉพาะกลุ่มคุณภาพดี อาจส่งผลให้การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อโดยรวมไม่หวือหวา ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ทำให้ธนาคารต้องเน้นความมั่นคงมากกว่าการเร่งขยายตัวในเชิงรุก

สรุปภาพรวมการลงทุน

โดยสรุป TTB กำลังปรับตัวเข้าสู่โหมดเน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำกำไร โดยใช้กลยุทธ์คุมเข้มสินเชื่อเพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์ใน 2H26 และเน้นการจ่ายปันผลแทนการซื้อหุ้นคืนเพื่อสร้างความพึงพอใจให้ผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและ NIM ที่คาดว่าจะทรงตัวจาก 2Q26 อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ บล.บัวหลวง ยังคงคำแนะนำ SELL เนื่องจากประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานและราคาหุ้นในปัจจุบันยังไม่จูงใจเพียงพอสำหรับการลงทุนในระยะนี้

ยังไม่มีความคิดเห็น