NETBAY ลุ้นฟื้นตัวจากงานโครงการ พร้อมจับตาคดีความกดดันราคาหุ้น
ไฮไลท์สำคัญ
โบรกเกอร์ Beyond (BYD) ออกบทวิเคราะห์หุ้น NETBAY โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 12.50 บาท (จากเดิม 25.00 บาท) เพื่อสะท้อนผลกระทบจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่ลดลง และความไม่แน่นอนจากคดีพิพาทค่าบริการระบบ NSW ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน (Overhang) สำคัญต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
วิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจและผลประกอบการ
แนวโน้มผลประกอบการปี 2026 คาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 197 ล้านบาท ก่อนจะทยอยฟื้นตัวในปี 2027-2028 สู่ระดับ 223 และ 255 ล้านบาท ตามลำดับ โดยบริษัทกำลังปรับกลยุทธ์เชิงรุกเข้าสู่ งานโครงการ (Project-based) มากขึ้น เช่น โครงการ Smart Zoo และงานพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อชดเชยรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ที่ลดลงจากกลุ่มโลจิสติกส์ ทั้งนี้ NETBAY มีจุดแข็งจาก Operating Leverage ที่สูง ซึ่งจะช่วยให้กำไรเติบโตได้ดีเมื่อรายได้รวมกลับมาขยายตัวผ่านแพลตฟอร์มใหม่ BizX ที่เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Ecosystem
ข้อสังเกตและความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
ปัจจัยเสี่ยงหลักคือ คดีพิพาทค่าบริการระบบ NSW จำนวน 2 คดี รวมมูลค่ากว่า 748 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย หากผลตัดสินออกมาเป็นลบและบริษัทต้องชำระค่าบริการทั้งหมด จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและอาจทำให้บริษัทพลิกเป็น text-danger ขาดทุนสุทธิ ในปี 2028-2029 นอกจากนี้ โครงสร้างต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ทำให้ในช่วงที่รายได้หดตัว อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จึงได้รับผลกระทบโดยตรง
ส่วนสรุปและแนวทางการลงทุน
การประเมินมูลค่าหุ้นใช้วิธีผสมผสาน 2 กรณี ได้แก่ กรณีปกติ (75%) อ้างอิง PER ปี 2026 ที่ 16.0 เท่า ให้ราคาเป้าหมาย 11.8 บาท และ กรณีแย่ที่สุด (25%) อ้างอิง PBV ที่ 1 เท่า ให้ราคาเป้าหมาย 2.71 บาท โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER เพียง 10 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียง -2SD นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีความอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความเชื่อมั่นและทิศทางราคาหุ้นในอนาคต