สรุปผลประกอบการ TEGH ไตรมาส 1/2569: ปรับโครงสร้างรับมือความผันผวนโลก
ไฮไลท์สำคัญ: รายได้ผันผวนตามตลาดโลกและการปรับโครงสร้างธุรกิจ
บริษัท ไทยอีสเทิร์นกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (TEGH) เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้เติบโต QoQ +10% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 12% แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) รายได้ปรับตัวลดลง -20% จากแรงกดดันด้าน Margin ของยางธรรมชาติภายใต้กฎระเบียบ EUDR และความผันผวนของราคายางสังเคราะห์จากสถานการณ์สงครามโลก ทั้งนี้บริษัทได้บันทึกรายการพิเศษ (One-Time Expense) จากการปรับโครงสร้างที่ดินเพื่อเตรียม Spin-off ธุรกิจ TEBP ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
"เรากำลังเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Low-Carbon Partnership และ Net Zero Solution โดยใช้ธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน"
เจาะลึกผลการดำเนินงาน: พลังงานทดแทนดาวเด่นสวนกระแส
ในด้านผลประกอบการรายกลุ่มธุรกิจ พบว่า ธุรกิจพลังงานทดแทนเติบโตสูงสุดถึง +15% โดยโครงการไบโอแก๊สและไฟฟ้าจากขยะอินทรีย์เริ่มเห็นผลชัดเจน ในขณะที่ธุรกิจน้ำมันปาล์มมีทิศทางที่ดีขึ้นโดยลดผลขาดทุนเหลือเพียง -15 ล้านบาท (จากเดิม -52 ล้านบาท) ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Yield CPO) สำหรับธุรกิจยางธรรมชาติ แม้ Gross Profit Margin จะลดลง -0.5 ppts เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทยังคงรักษาระดับสต๊อกสินค้าไว้ที่ประมาณ 3 เดือน เพื่อประคอง Supply Chain ให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าในยุโรปและสหรัฐฯ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตในจีนและอินเดีย
ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย: ก้าวข้ามผ่านความผันผวนสู่ New S-Curve
ปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตามองคือการเลื่อนบังคับใช้ EUDR และ EVDR ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับศักยภาพในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายยาง EUDR อยู่ที่ 35% นอกจากนี้ ความผันผวนของราคายางสังเคราะห์จากผลกระทบของสงครามโลกยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อราคายางธรรมชาติในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจในแผนบริหารจัดการวัตถุดิบรองรับสถานการณ์ Super El Niño และ Super Nino ไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งและโครงการพลังงานทดแทนตามแผนยุทธศาสตร์
สรุปภาพรวมและเจาะประเด็นร้อน (Q&A)
TEGH ตั้งเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 เติบโต 10% จากฐานปกติ โดยมุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดและลดคาร์บอน ทั้งนี้ในส่วนของประเด็นถาม-ตอบที่น่าสนใจ ได้แก่:
- แนวโน้ม Q2/2569: คาดการณ์เป็นบวกทั้งรายได้และประสิทธิภาพการผลิต โดยได้รับอานิสงส์จากราคายางธรรมชาติที่ปรับตัวขึ้นและตลาด EV ที่เติบโต
- ธุรกิจพลังงานทดแทน: ยืนยันว่าเป็น New S-Curve ของบริษัท เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบาย NDC Thailand และกฎหมายลดคาร์บอน
- แผนการลงทุน: เน้นขยายฐานการผลิตในไทยเป็นหลัก (ภาคตะวันออกและอีสาน) และยังไม่มีแผนผลิตไบโอดีเซลโดยตรง แต่เปิดกว้างโอกาสลงทุนในเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนและพันธมิตรจากจีน