สรุปผลการดำเนินงาน SAK ไตรมาส 1/2569 เน้นคุมเข้มคุณภาพหนี้พร้อมลุยธุรกิจเกษตรครบวงจร
ไฮไลท์สำคัญ: กำไรโตสวนกระแสเศรษฐกิจ
บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ด้วยกำไรสุทธิ 290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 830 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวจากปีก่อนหน้า โดยบริษัทประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและควบคุมคุณภาพหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 16.9% เป็น 18.4%
"ความสามารถในการควบคุมชั้นหนี้และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAK เติบโตได้ในไตรมาสนี้"
เนื้อหาการดำเนินงาน: ปรับพอร์ตสินเชื่อรับฤดูกาลเกษตร
ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 SAK มีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อรวม 1,425 ล้านบาท โดยเน้นรุกตลาดเกษตรกรในช่วงฤดูเพาะปลูก สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยังคงเป็นพอร์ตหลักสัดส่วน 75% ขณะที่สินเชื่อที่ดินขยับขึ้นมาอยู่ที่ 13% ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย “ศักดิ์สยาม อินเตอร์ฟรุด” (SAF) เพื่อรุกธุรกิจส่งออกทุเรียนร่วมกับ NTF เพื่อสร้างรายได้เสริม ด้านตัวเลข KPI อื่นๆ พบว่า NPL อยู่ที่ 2.6% (ทรงตัว) และ Coverage Ratio อยู่ที่ 140% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ส่วนอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรับอยู่ที่ 12.2% และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยจ่ายลดลงเหลือ 4.1%
ข้อสังเกต: ปัจจัยท้าทายจากสงครามและต้นทุนการผลิต
แม้ผลการดำเนินงานจะแข็งแกร่ง แต่บริษัทกำลังเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้น 15–30% และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของเกษตรกรในระยะยาว นอกจากนี้ การปรับพอร์ตไปสู่สินเชื่อที่ดินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า ยังเป็นปัจจัยที่กดดันรายได้รวมในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ใช้กลยุทธ์คัดกรองลูกค้าผ่านเครดิตสกอร์และการจำกัดวงเงินอย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยง
สรุปทิศทาง: ปรับเป้าการเติบโตรับมือความไม่แน่นอน
SAK ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อในปีนี้ลงเล็กน้อยเหลือ 8–10% (จากเดิม 10%) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยบริษัทไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่มในไตรมาส 2 แต่จะเน้นการเติบโตในกลุ่มเกษตรกรที่มีความเสี่ยงต่ำ สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลยังคงอยู่ในระดับ 40–50% ของกำไรสุทธิ พร้อมเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องและขยายวงเงินกู้ตามแผนที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายการเติบโต: ปรับจาก 10% เหลือ 8–10% เนื่องจากปัจจัยสงครามและต้นทุนปุ๋ย/น้ำมัน
- ผลกระทบจากสงคราม: ไตรมาส 1 ยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน แต่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในเดือน พ.ค. และ มิ.ย.
- การจ่ายปันผล: รักษาอัตราการจ่ายที่ 40–50% ของกำไรสุทธิ
- แผนธุรกิจใหม่: ไม่เน้นสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงและต้นทุนดำเนินงานสูง
- การขยายสาขา: ไตรมาส 2 จะเน้นโฟกัสพอร์ตสินเชื่อเดิม ไม่เน้นเปิดสาขาใหม่