https://aio.panphol.com/assets/images/community/17027_7B3919.png

CKP โชว์ฟอร์มพลิกโฉม: กำไรสุทธิพุ่ง 1,200 ล้าน แม้รายได้ลด 1% แต่ EBITDA ยังรักษาไว้ที่ 10,900 ล้าน

P/E 6.84 YIELD 3.76 ราคา 2.34 (0.00%)

CKP โชว์ฟอร์มพลิกโฉม: กำไรสุทธิพุ่ง 1,200 ล้าน แม้รายได้ลด 1% แต่ EBITDA ยังรักษาไว้ที่ 10,900 ล้าน

บริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (CKP) ปิดบัญชีปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลประกอบการที่น่าจับตา โดยมีรายได้รวมลดลงเล็กน้อย 1% จาก 10,700 ล้านบาท ในปี 2567 เหลือเพียง 10,600 ล้านบาท แต่กลับพลิกสถานการณ์ในแง่กำไรอย่างชัดเจน เมื่อกำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 2,300 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 1,100 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะในส่วนของ Core Profit หรือกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ยังคงรักษาไว้ได้ที่ 10,900 ล้านบาท แม้จะลดลงจาก 15,840 ล้านบาทในปี 2567 ก็ตาม

“การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท ไม่ใช่ผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่คือผลของการควบคุมต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างมีวินัย”

แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่ CKP ยังคงรักษาอัตราการผลิตไว้ที่ 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นกำลังการผลิตติดตั้งสูงสุดตลอดกาลของบริษัท โดยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่ 93% จากพลังน้ำ 7% จากก๊าซธรรมชาติ และ 1% จากโซลาร์เซลล์ ซึ่งทั้งสามสัดส่วนนี้ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การที่บริษัทยืนยันเป้าหมาย Net-Zero ภายในปี 2050 และการบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาด 95% ภายในปี 2563 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน

“โซลาร์ในลาวและโครงการหลวงพระบางไม่ใช่แค่แผนการลงทุน แต่คือหัวใจของกลยุทธ์ CKP (Clean-Kinetic-Partnership)”

ในแง่กลยุทธ์ บริษัทเดินหน้าขยายพลังงานสะอาดผ่านโครงการโซลาร์ในประเทศไทยและลาว โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8–10 เมกะวัตต์ต่อปี พร้อมทั้งเตรียมจ่ายเงินลงทุนจำนวน 21,000 ล้านบาท เพื่อขยายโครงการพลังน้ำในหลวงพระบาง ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกัน ก็มีการดำเนิน Major Overhaul ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง เพื่อเพิ่ม Availability และลดความเสี่ยงจากปัญหาการบำรุงรักษาที่เคยเกิดขึ้นในปี 2566

“เราไม่ได้หวังพึ่งพลังน้ำเพียงอย่างเดียว anymore — โซลาร์และก๊าซคือเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยง และสร้างความยืดหยุ่นในตลาด”

ด้านภายนอก CKP ยังคงรับมือกับความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถ Pass-through 100% ของต้นทุนก๊าซไปยังลูกค้าได้ และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมรับภาระต้นทุนสูงถึง 70–80% ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นยังไม่มีผลกระทบโดยตรง เนื่องจากโครงการพลังน้ำไม่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ขณะเดียวกัน ก็ยังคงรักษาเครดิต Rating A– จาก Tris ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมั่นคงทางการเงิน

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท หรือ 100% จากปีก่อน ได้อย่างไร? ตอบ: เกิดจากการลดต้นทุน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อยจากโครงการพลังน้ำ
  • โซลาร์ในลาวจะเพิ่มกำลังผลิตได้เท่าไรต่อปี? ตอบ: เป้าหมายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8–10 เมกะวัตต์ต่อปี
  • โครงการหลวงพระบางใช้เงินลงทุนเท่าไร? ตอบ: 21,000 ล้านบาท
  • เมื่อไหร่จะเสร็จสิ้น Major Overhaul ของโรงไฟฟ้าในลาว? ตอบ: คาดว่าจะเสร็จภายในครึ่งปีแรกของปี 2566
  • บริษัทจะจ่ายเงินปันผลเมื่อใด? ตอบ: ยังไม่มีการประกาศ ขึ้นอยู่กับผลประกอบการ FY 2568 และมติของผู้ถือหุ้น
  • เป้าหมาย EBITDA ในปี 2569 คือเท่าไร? ตอบ: เป้าหมายเพิ่มขึ้น 10% จาก FY 2568 หรือประมาณ 11,990 ล้านบาท
  • เป้าหมายพลังงานสะอาด 95% บรรลุแล้วหรือยัง? ตอบ: ยังอยู่ในช่วงดำเนินการตามแผนภายใน FY 2563 (ซึ่งเป็นปีที่ผ่านมา) โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือ Net-Zero ภายในปี 2050

CKP ไม่ได้แค่เติบโตในตัวเลข แต่เติบโตอย่างมีวิสัยทัศน์ โดยรักษาโครงสร้างพื้นฐานเดิมไว้ พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังงานสะอาดและกลยุทธ์ความร่วมมือที่ยั่งยืน แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิพุ่ง 1,200 ล้านบาท และ EBITDA ยังคงอยู่ที่ 10,900 ล้านบาท — นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่า บริษัทไม่ได้เดินตามกระแส แต่กำลังสร้างกระแสของตัวเอง

โพสต์ล่าสุด
บทความ
เมื่อวาน 10:49 น.
PTTEP OPPDAY Summary 2568 Q4